ฟางฉี่หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
“ผู้กองมู่ ผมทำงานด้านพิษวิทยามายี่สิบปี การสังเคราะห์แบบจำเพาะเจาะจงระดับนี้ ไม่ใช่ฝีมือของพวกมือสมัครเล่นแน่ พวกคุณต้องตรวจสอบมหาวิทยาลัยกับสถาบันวิจัย”
“กำลังตรวจอยู่” มู่เจิงตอบ “รายงานจะออกวันนี้ไหม?”
“ผมเซ็นชื่อแล้วจะให้คนนำไปส่ง แต่มีเรื่องหนึ่ง สารชนิดนี้ยังไม่มีชื่อทางเคมีอย่างเป็นทางการ และยังไม่อยู่ในบัญชีควบคุมตามกฎหมาย หากพวกคุณจะฟ้องร้อง การระบุสถานะทางกฎหมายอาจมีข้อโต้แย้ง”
มู่เจิงกล่าวว่า “เรื่องสถานะทางกฎหมายพวกเราจัดการเอง คุณช่วยเร่งรายงานผลตรวจให้เรียบร้อยก่อน”
“ได้”
สายตัดไป
จ้าวรุ่ยเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ “ถูกหมดเลย! เข็มของรุ่นน้องทายถูกทั้งหมดจริง ๆ!”
เหอกวงหมิงพูดอะไรบางอย่างเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ จ้าวรุ่ยฟังไม่ชัด “พูดว่าอะไรนะ?”
“ผมบอกว่าแม้แต่มวลโมเลกุลก็ตรงกัน ต่างกันแค่ 1.8” เหอกวงหมิงดันแว่น “ตอนอยู่โรงพยาบาลเธอบอกว่า 326.4 ค่าที่วัดได้จริงคือ 328.2 คลาดเคลื่อน 0.5% ใช้แค่เข็มเงินเล่มเดียว”
จ้าวรุ่ยอ้าปากค้าง
เหล่าโจวนั่งอยู่ข้าง ๆ ยกถ้วยชาในมือค้างไว้ครึ่งทาง ลืมดื่มไปเสียสนิท
เขาเหลือบมองไปทางเจียงถัง เด็กสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน กำลังพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์ สีหน้าไม่ต่างจากตอนเขียนรายงานหัวข้อวิจัย
เขาวางถ้วยชาลงแล้วส่ายหน้า
“เหลือเชื่อจริง ๆ”
ห้าโมงเย็น จ้าวรุ่ยได้บันทึกการเข้าออกอาคารเคมีของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์หวยหยางมา
ห้องปฏิบัติการสังเคราะห์สารอินทรีย์ชั้นสาม มีคนเข้าออกในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา 47 คน
ในจำนวนนี้เป็นอาจารย์และเจ้าหน้าที่ประจำ 12 คน นักศึกษาบัณฑิตศึกษา 28 คน นักวิชาการรับเชิญ 3 คน และบุคลากรภายนอกที่ร่วมโครงการวิจัย 4 คน
