รถเอ็กซ์ไฟว์สีดำแล่นออกจากประตูทิศใต้อย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต
ภายในรถเงียบจนน่าอึดอัด สาว ๆ ทั้งสี่คนนั่งตัวเกร็ง ไม่พูดไม่จา ราวกับถูกบรรยากาศบางอย่างที่มองไม่เห็นพันธนาการไว้
หลิวซวนเหลือบมองเบาะข้างคนขับ
เสิ่นม่านนั่งหนีบขายาวเรียวเข้าหากัน เอนตัวไปทางคอนโซลกลางเล็กน้อย กอดอกแล้วหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง
สาว ๆ อีกสามคนที่นั่งเบาะหลังต่างก้มดูโทรศัพท์หรือมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีใครพูดสักคำ อากาศอบอวลด้วยความกระอักกระอ่วนบางอย่าง
หลิวซวนเอื้อมมือไปกดปุ่มเล่นเพลงบนคอนโซลกลาง เสียงอินโทรเพลงใหม่ของโจวเจี๋ยหลุน เพลง “ดอกไม้ไฟร่วงโรย” ค่อย ๆ ดังขึ้น ท่วงทำนองเอ้อร์หูแผ่คลอไปทั่วห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและห่างไกลอยู่หลายส่วน
ในที่สุดบรรยากาศตึงเครียดก็ถูกทำลายลง
เสิ่นม่านหันมามองหลิวซวนด้วยความสงสัยอยู่บ้าง “หลิวซวน บ้านนายทำเหมืองหรือไง ถึงซื้อเอ็กซ์ไฟว์ให้ขับได้เลย?”
หลิวซวนยิ้ม มือข้างหนึ่งวางบนพวงมาลัย น้ำเสียงสบาย ๆ “ถ้าฉันบอกว่าซื้อเอง เธอจะเชื่อไหม?”
“หึ”
เสิ่นม่านส่งเสียงขึ้นจมูกเบา ๆ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเซลฟีสองสามรูป แล้วหันไปถ่ายคอนโซลกลางอีกภาพ จากนั้นก็เริ่มคลำหาอะไรบางอย่างตามเบาะ
ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยนั่งรถแพงขนาดนี้มาก่อน เบาะหนังแท้สัมผัสนุ่มเนียน ปุ่มบนคอนโซลกลางเรียงเป็นระเบียบ แม้แต่ขอบโครเมียมของช่องแอร์ก็ยังดูประณีต
ขณะที่นิ้วคลำอยู่ใต้คอนโซลกลาง จู่ ๆ ก็สัมผัสโดนสิ่งของเส้นยาวบางอย่าง เธอหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นเส้นผมยาวสีดำขลับนุ่มสลวย พวกเธอเพิ่งขึ้นรถมา ยังไงก็ไม่ใช่เส้นผมของใครในกลุ่มแน่
