พอเห็นเสิ่นม่านได้กินน่องไก่ หลี่เหล่ยก็ดีใจยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก เขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที แล้วชวนคุยเรื่องน่องไก่ทอดว่า “จริง ๆ ฉันก็ทอดน่องไก่เป็นนะ ไม่ยากหรอก ที่สำคัญคือต้องกะส่วนผสมสำหรับหมักให้พอดี...”
“ไว้มีโอกาส พวกเธอต้องลองชิมน่องไก่ทอดฝีมือฉันให้ได้นะ!”
หลี่เหล่ยพูดพลางหันไปทางเสิ่นม่าน แต่ในใจเธอยังคิดถึงเรื่องที่เขาจับขาเมื่อครู่ จึงตอบเพียง “อืม” แล้วตั้งใจอยู่กับข้าวคลุกของตัวเองเต็มที่
ตอนนั้นเอง อู๋ข่ายกับหวังกั๋วเหวยก็เพิ่งตามมาถึง ทั้งคู่เลือกนั่งฝั่งตรงข้ามหลิวซวน โดยนั่งอยู่ข้างเดียวกับหลี่เหล่ย
พอหวังกั๋วเหวยนั่งลง สิ่งแรกที่ทำคือหยิบไอโฟน 4 ออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้า จัดให้อยู่ตรงกลางพอดี มองแล้วก็ยังไม่พอใจ จึงใช้ข้อศอกดันโทรศัพท์ให้ขยับไปกลางโต๊ะอีกนิด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะเห็นโทรศัพท์ของเขา
“เสิ่นม่าน เซี่ยเวยล่ะ?” อู๋ข่ายถาม
“ไปหาครูที่ปรึกษา เดี๋ยวก็มาแล้ว” เสิ่นม่านตอบโดยไม่เงยหน้า พลางใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในหม้อหิน
พูดยังไม่ทันขาดคำ เงาของเซี่ยเวยก็ปรากฏขึ้นในสายตาทุกคน
เธอเปลี่ยนจากชุดฝึกทหารแล้ว สวมเสื้อแขนสั้นสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขาสั้น ดูสดใสสบายตา
อู๋ข่ายรีบกลืนอาหารในปากลงคอ ก่อนโบกมือเรียก “หัวหน้าห้องเซี่ย! ทางนี้! มีที่นั่ง!”
หวังกั๋วเหวยถึงกับชูน่องไก่ที่เหลืออยู่ครึ่งชิ้นขึ้นมา ยิ้มจนแก้มปริ “หัวหน้าห้องเซี่ย! มีน่องไก่นะ! เพิ่งแย่งมาได้ ลองชิมสิ!”
เซี่ยเวยถือจานกวาดตามองมาทางนี้ หยุดไปสองวินาที สายตาค้างอยู่บนใบหน้าหลิวซวนชั่วขณะ ก่อนถือถาดเดินไปนั่งทางขวามือของเขา แล้ววางถาดลง
