หลี่เชียนเดินมาถึงหน้าโต๊ะ ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกแอปเปิล
“เอ่อ... หนุ่มหล่อ ขอเพิ่มคิวคิวได้ไหมคะ?” น้ำเสียงของเธอตึงเครียด มือที่จับขอบชุดยูนิฟอร์มสั่นน้อย ๆ
ทุกคนต่างอึ้งไปหมด
อู๋ข่ายอ้าปากค้าง แก้วชานมยังยกค้างอยู่กลางอากาศ ส่วนโทรศัพท์ของหวังกั๋วเหวยยังสว่างอยู่ แต่สายตาเขาจับจ้องหลี่เชียนไม่กะพริบ
ตอนคุยโวก็แค่พูดเล่นกันให้ผ่าน ๆ ไป พี่ใหญ่เอาจริงเหรอเนี่ย?
หลิวซวนเคาะโต๊ะเบา ๆ “กระดาษ ปากกา”
หลี่เชียนเตรียมพร้อมมาแต่แรก รีบควักใบเสร็จเปล่า ๆ กับปากกาลูกลื่นออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เขาด้วยสองมือ
เสิ่นม่านอ้าปากค้างเล็กน้อย
เธอมองหลี่เชียน แล้วหันไปมองหลิวซวน สีหน้าที่ตกตะลึงค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดว่าหลิวซวนอาจใช้เงินแก้ปัญหา
แต่ดาวมหาวิทยาลัยชิ่งคนนี้มีชื่อเสียงดีมาตลอด แถมยังขึ้นชื่อว่าเย็นชา ถ้าเงินใช้ได้ผล เธอก็คงไม่มาทำงานพิเศษที่ร้านชานมแล้ว
งั้นก็มีแค่ความเป็นไปได้เดียว
สองคนนั้นรู้จักกัน แถมยังสนิทกันมากด้วย
จนหลี่เชียนหันกลับไปที่เคาน์เตอร์ ทุกคนก็ยังค้างอยู่ในท่าตาค้างอ้าปากหวอแบบเดิม
หลี่เหล่ยได้สติก่อนใคร รีบกระดกชานมลงคออึกใหญ่เพื่อเรียกขวัญ ไข่มุกยังไม่ทันเคี้ยวก็กลืนลงไปแล้ว แถมสบถ “เชี่ย” ติดกันสามครั้ง
เสิ่นม่านละสายตาจากแผ่นหลังของหลี่เชียน แล้วมองหน้าหลิวซวน “พวกนายรู้จักกันเหรอ?”
“ถ้าฉันบอกว่าไม่รู้จัก เธอเชื่อไหม?”
เสิ่นม่านหัวเราะเย็นชา กอดอกพิงพนักเก้าอี้ “ช่างเถอะ จะรู้จักกันหรือไม่รู้จักกัน ยังไงฉันก็แพ้แล้ว”
พูดจบเธอก็หยิบชานมที่แทบยังไม่ได้แตะขึ้นมา ยืนขึ้นแล้วบอก “ไปละ!”
