อีกด้านหนึ่ง หลิวซวนออกไปสมทบกับหลี่เหล่ยและคนอื่น ๆ ที่ทางเดิน พวกเขาแวะไปซื้อขวดน้ำที่ร้านสะดวกซื้อก่อน พอคนกลุ่มใหญ่เดินไปไกลแล้วค่อยเดินเอื่อย ๆ ไปยังหอประชุม
ตอนเข้าไปในหอประชุม คนด้านในนั่งกันเต็มแล้ว มองไปทางไหนก็เห็นแต่นักศึกษาใหม่ บางคนมองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนก้มหน้าเล่นมือถือ ส่วนบางคนก็จับกลุ่มคุยกับเพื่อนที่เพิ่งรู้จักซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ
หลิวซวนเบียดเข้าไปยังพื้นที่ของห้องตัวเอง จางเสี่ยวเล่อกับเซี่ยเวยกำลังถือรายชื่อเช็กจำนวนคนอยู่
ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็มาถึง เสียงจอแจในหอประชุมค่อย ๆ เงียบลง กรรมการนักศึกษาของแต่ละห้องเดินไปมาเพื่อรักษาความเป็นระเบียบ จนกระทั่งผู้บริหารหัวล้านที่อยู่ด้านหน้าเดินไปถึงไมโครโฟนและกระแอม เสียงในหอประชุมถึงได้เงียบสนิทจริง ๆ
ผู้บริหารคนนั้นเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ ตั้งแต่ประวัติของมหาวิทยาลัยไปจนถึงความสำคัญของการฝึกทหาร น้ำเสียงราบเรียบ ดูท่าคงพูดเรื่องเดิมมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
หลี่เหล่ยก้มมองมือถือ จู่ ๆ ก็ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า
“ผ่านแล้ว! คำขอเป็นเพื่อนผ่านแล้ว!”
เสียงตะโกนของเขาดังแทรกขึ้นมาอย่างโดดเด่นในหอประชุม เพื่อนนักศึกษารอบข้างพากันหันมามองพร้อมรอยยิ้ม แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย จมอยู่ในความตื่นเต้นสุดขีด แถมยังยื่นมือมาตบหลิวซวนที่อยู่ข้าง ๆ “ดูสิ! ฉันบอกแล้วไงว่าช่วยสาวสวยไว้ได้ผล! เห็นไหมล่ะ!”
จนกระทั่งเซี่ยเวยเดินมาจากด้านข้าง ก้มลงเตือนเสียงเบา ๆ หลี่เหล่ยถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทุกคนกำลังมองอยู่ รีบคว่ำมือถือไว้บนตัก แต่ก็ยังหุบยิ้มที่มุมปากไม่ลง
ผู้บริหารบนเวทีเปลี่ยนคนแล้วพูดต่อ
