หลิวซวนยืนนิ่งอยู่กับที่ อึ้งไปสองวินาที
ตรงแก้มที่ถูกจูบยังคงเหลือไออุ่นจาง ๆ
เขายกมือขึ้นแตะตรงนั้น มุมปากกระตุกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
จากนั้นก็ส่ายหน้า ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินทอดน่องออกจากตรอกกลับไปยังร้านปิ้งย่าง
เมื่อมาถึงหน้าห้องส่วนตัว เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนเปิดประตูเข้าไปด้วยสีหน้าปกติ
บรรยากาศในห้องยังเหมือนตอนที่เขาออกไปไม่มีผิด
เสิ่นม่านยังคงก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ หลี่เหล่ยยังคงแอบมองเสิ่นม่าน ส่วนหวังกั๋วเหวยกับอู๋ข่ายก็ยังคงแอบประชันกันอยู่เงียบ ๆ
เขากวาดตามองรอบห้อง แล้วพบว่าที่นั่งของเซี่ยเวยว่างอยู่
คงไปเติมหน้า
สองนาทีต่อมา เซี่ยเวยก็ผลักประตูเข้ามา รอยยิ้มแต้มอยู่ที่มุมปาก
ไฟในห้องสลัว ควันจากเตาปิ้งย่างลอยคลุ้ง ไม่มีใครสังเกตว่าขอบตาของเธอยังแดงเรื่ออยู่เล็กน้อย
เธอนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ ยกน้ำส้มขึ้นจิบ แล้วร่วมวงคุยกับหลีอิงและคนอื่น ๆ เรื่องครูประจำชั้นสมัยมัธยมปลาย
หลิวซวนมองใบหน้าด้านข้างของเธอ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจไม่น้อย
ทั้งที่ในใจมีความลับใหญ่โตขนาดนั้น แต่พอผ่านจุดที่ยากที่สุดมาได้ ก็ซ่อนความตื่นตระหนกไว้ได้มิดชิด
แม้แต่เสิ่นม่านที่เอาแต่ทำหน้าเย็นชา ก็ยังร่วมวงสนทนาและพูดแทรกขึ้นมาสองประโยคอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น
หลี่เหล่ยเห็นแล้วก็แอบดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
เขาคิดว่าเสิ่นม่านแค่เป็นคนเปิดใจช้า ขอแค่ยอมพูดด้วยก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีแล้ว ไม่แน่ว่าคราวหน้าเวลาชวนออกมาอาจจะคุยกันสนุกก็ได้
เขารีบคีบเนื้อใส่ชามเสิ่นม่านอีกชิ้น มือสั่นจนเหมือนคนเป็นพาร์กินสัน
สามทุ่ม งานเลี้ยงก็เลิก
