“หนิงหนิงเมียจ๋าตื่นแล้วเหรอ มากินแอปเปิลเร็ว”
กู้หนิงลืมตาตื่น ก็เห็นเย่เฉินผู้มีใบหน้าซื่อบื้อนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็กข้างเตียง กำลังปอกแอปเปิลให้เธออย่างงุ่มง่าม
“ฉัน...ฉันยังไม่ตาย แต่ว่า...”
ความทรงจำของเธอยังคงหยุดอยู่ตรงภาพที่เหล่าสมาชิกสมาคมเสือดำยกมีดพร้าสะท้อนแสงขึ้นฟันใส่เย่เฉิน และเธอถูกเจี่ยงหู่ต่อยจนสลบไป
“หนิงหนิงเมียจ๋าไม่ต้องห่วงนะ เสือใหญ่คนดีที่กินข้าวกับอาเฉิน ไล่ตีเสือใหญ่คนเลวที่ลักพาตัวเมียจนหนีไปแล้ว เรารอดแล้ว” เย่เฉินพูดด้วยสีหน้าดีใจ
เพียงแต่สิ่งที่กู้หนิงไม่ทันสังเกตคือ ในส่วนลึกที่สุดของดวงตาเขา มีความอาลัยและรู้สึกสงสารซ่อนอยู่
เด็กสาวยอมทิ้งทุกอย่าง แต่งงานกับคนโง่อย่างเขาที่กำลังเสื่อมถอย เข้ามาในตระกูลเย่ ต้องทนรับความไม่เป็นธรรมมามากมายเหลือเกิน
จากคำพูดของเย่เฉิน กู้หนิงพอจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ต้องเป็นเจี่ยเค่อหู่ที่พาคนมาช่วยได้ทันเวลา ช่วยชีวิตเธอกับเย่เฉินและคนอื่นไว้
“สามี ยังดีที่ยังมีชีวิตอยู่”
กู้หนิงรู้สึกร้อนรุ่มในอก กอดเย่เฉินแน่น
ถึงแม้คนที่มาช่วยในที่สุดคือเจี่ยเค่อหู่ แต่ถ้าเย่เฉินไม่มาถึงทันเวลา เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่าเจี่ยงหู่จะทำอะไรกับเธอ
หูลี่กับอาฉินก็คงไม่รอดเหมือนกัน
ดังนั้นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้จริง ๆ ก็คือชายตรงหน้าที่ถึงแม้สติปัญญาจะเท่ากับเด็กหกขวบ แต่รักเธอจนสุดหัวใจ แม้แต่ชีวิตก็ยอมสละเพื่อมาช่วยเธอ
จนถึงตอนนี้ ในหัวของเธอยังคงมีแต่ภาพความบ้าคลั่งไม่คิดชีวิตของเย่เฉินที่พยายามช่วยเธอ
การที่ได้รับความรักลึกซึ้งจากผู้ชายแบบนี้ เธอรู้สึกโชคดีมาก!
“ขึ้นมานอนเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
กู้หนิงหน้าแดงระเรื่อ นึกถึงความรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของเย่เฉินเมื่อตอนสายอีกครั้ง
