เมื่อจงซุ่นอ๋องเห็นเจี่ยมู่ แววตาก็วูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง ทว่ามิได้สั่งให้เริ่มงานเลี้ยงในทันที
กลับเดินตรงมาหาเขา ไม่วางท่าใด ๆ แล้วนั่งลงข้างกาย
ซีชุนยังนั่งอยู่บนตักเขา ขนมบนโต๊ะถูกนางกินไปแล้วสองชิ้น
เด็กหญิงตัวน้อยกินช้ามาก ถือขนมไว้ในมือ ครู่ใหญ่จึงกัดไปคำเล็ก ๆ แก้มทั้งสองข้างขยับตุบ ๆ
เจิ้งจือสิงที่นั่งอยู่ข้างเจี่ยมู่มองจงซุ่นอ๋องซึ่งนั่งอยู่อีกด้าน แล้วมองตำแหน่งของตน ในที่สุดก็เข้าใจขึ้นมา
“ท่านอ๋อง กระหม่อมขอตัวก่อน”
จงซุ่นอ๋องเหลือบตามองเขา
“เจ้าจะไปไหน?”
“กระหม่อม...”
เจิ้งจือสิงชะงักไป เหมือนกำลังคิดหาข้ออ้างที่เหมาะสม
“กระหม่อมนึกขึ้นได้ว่าทางโน้นยังมีสหายร่วมสำนักอีกหลายคน”
จงซุ่นอ๋องมิได้ใส่ใจ เพียงพยักหน้าเบา ๆ
เจิ้งจือสิงลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินจากไป เจี่ยมู่มองตามแผ่นหลังของเขา จงซุ่นอ๋องมิได้กล่าวสิ่งใดอีก เพียงหันมองซีชุนในอ้อมแขนของเจี่ยมู่ก่อน
“ได้ยินคนของข้าบอกว่านี่คือน้องสาวเจ้า? เจ้ายังพานางมานั่งร่วมโต๊ะบุรุษจริง ๆ หรือ?”
“นางเพิ่งห้าขวบ”
เจี่ยมู่ก้มมองซีชุนตัวน้อยที่ยังจับขนมไว้ในมือ
“จะให้ทิ้งนางไว้ตรงนั้นตามลำพังได้อย่างไร”
จงซุ่นอ๋องยิ้ม แล้วมองซีชุนอย่างสนใจ
“ข้านึกว่าคนอย่างเจ้าที่นำทัพ จะไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เสียอีก”
“การนำทัพเกี่ยวอะไรกับการดูแลน้องสาว?”
จงซุ่นอ๋องมิได้ต่อบทสนทนา เพียงพยักหน้า ซีชุนเงยหน้ามองเจี่ยมู่ แล้วหันไปมองท่านอ๋อง จงซุ่นอ๋องก็มองนางเช่นกัน
“แม่หนูน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
ซีชุนไม่ตอบ กลับหันไปมองเจี่ยมู่
“ท่านนี้คือจงซุ่นอ๋อง เป็นท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์”
ซีชุนจึงเอ่ยเสียงเบา
“คารวะท่านอ๋อง”
“รู้ธรรมเนียมดีทีเดียว”
จงซุ่นอ๋องยิ้ม มิได้สนใจซีชุนอีก แล้วสนทนากับเจี่ยมู่อย่างมีไมตรีอยู่สองสามประโยค ฟังดูเป็นเพียงการพูดคุยทั่วไป
แต่เจี่ยมู่เข้าใจอยู่แล้วว่าจงซุ่นอ๋องมิได้มาหาเพื่อพูดคุยเรื่องไร้สาระเหล่านี้
ท่านอ๋องผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงในวันนี้ แขกมากมายเต็มลาน แต่กลับไม่สนใจผู้ใดเป็นพิเศษ กลับเจาะจงมานั่งข้างเขา หากจะบอกว่าเพียงเห็นเขาน่าสนใจ เจี่ยมู่ย่อมไม่เชื่อ
