ใกล้สอบปลายภาคเข้ามาทุกที บรรยากาศในโรงเรียนก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นทุกวัน ตัวเลขนับถอยหลังตรงมุมกระดานดำถูกเวรประจำวันเปลี่ยนใหม่ทุกเช้า คนคุยกันตามทางเดินน้อยลง ส่วนคนฟุบหลับคาโต๊ะตอนพักระหว่างคาบกลับมากขึ้น
ฉู่หยุนจือคำนวณเวลาทบทวนบทเรียนดูแล้ว ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่พอ
สอบปลายภาคมี 9 วิชา บทเรียนส่วนใหญ่ที่เธอเรียนไม่ทันก่อนหน้านี้ตามเก็บได้เกือบหมดแล้ว แต่เคมีกับชีววิทยายังเหลืออีกหลายบท ส่วนวิชาการเมืองก็มีเนื้อหาต้องท่องจำกองโต สอบปลายภาคเสร็จ อีกไม่กี่วันก็จะถึงการคัดเลือกเข้าค่ายติว ครูหวงบอกว่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีโควตาแค่คนเดียว ช่วงนั้นโจวจื่อหางขลุกอยู่ในห้องฟิสิกส์ทุกวัน ได้ยินว่าก่อนปิดเทอมฤดูหนาวเขาอ่านตำรากลศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยจบไปแล้ว ส่วนหนังสือ 10 เล่มที่เธอมี เพิ่งอ่านไปไม่ถึงครึ่ง
กลางวันต้องเรียนหนังสือ เวลาที่พอเบียดออกมาได้จึงเหลือแค่ตอนกลางคืน
คืนแรก เธอกำลังทำโจทย์ใหญ่เรื่องการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น
เซี่ยหวยซวี่: 【ยังไม่นอนเหรอ?】
ฉู่หยุนจือ: 【อืม】
เซี่ยหวยซวี่: 【นอนตอนสี่ทุ่มครึ่ง】
เธอมองเวลา ตอนนี้สี่ทุ่มยี่สิบ เธอตอบกลับไปว่า【ได้】แล้วทำข้อสุดท้ายของโจทย์จนเสร็จ พอสี่ทุ่มครึ่งตรงก็ส่งไปสองคำว่า【นอนแล้ว】
อีกฝ่ายตอบกลับมาว่า【อืม】
เธอปิดโคมไฟ ล้มตัวลงนอน จ้องเพดานห้องที่มืดสนิท แต่ในหัวกลับยังวนคิดถึงโจทย์ข้อนั้น เธอรู้สึกว่าข้อกำหนดขอบเขตของข้อที่สองน่าจะทำให้ง่ายกว่านี้ได้อีก นอนอยู่พักหนึ่ง เธอก็เอื้อมมือเปิดโคมไฟอีกครั้ง ล้วงหยิบแบบฝึกหัดออกมาจากผ้าห่ม
คืนนั้นเธอทำจนดึกมาก
คืนที่สอง คืนที่สาม ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
เช้าวันที่สาม เธอตื่นขึ้นมาพร้อมหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติ นั่งพักอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะค่อยดีขึ้น เธอกินยาแล้วมองตัวเองในกระจก ใต้ตาคล้ำ ริมฝีปากซีดไร้สีเลือด เธอตบหน้าเบา ๆ ด้วยน้ำ รวบผมให้แน่น แล้วออกไปโรงเรียน
