ก่อนที่โจวซุยอันจะจากไป เขายังไม่ลืมหันกลับไปถลึงตาใส่อย่างเกรี้ยวกราด
ประตูใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้ง
เสียงอึกทึกจางหายไป ภายในห้องเพรซิเดนเชียลสวีทอันกว้างใหญ่ กลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
หลินโจวมองคางของเจียงจงเยี่ยน บนผิวสีโทนเย็นมีรอยแดงจาง ๆ ปะปนอยู่ เขารีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“คุณเจียง ผมส่งคุณไปโรงพยาบาลตอนนี้เลยไหมครับ?”
“ไม่ต้อง”
ดวงตาสีดำของเจียงจงเยี่ยนหม่นมัว ปลายลิ้นเอื่อยเฉื่อยแตะมุมปาก
เขาเดินไปที่หน้าต่างกระจกสูง มองรถเฟอร์รารีสีแดงคันนั้นด้านล่างหายไปท่ามกลางสายรถที่พลุกพล่าน
ในอ้อมแขนราวกับยังหลงเหลือสัมผัสนุ่มนวลของหญิงสาว
ปลายจมูกลอบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ของเธอ
ไม่อาจลบเลือนไปได้
เขาอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว
เยือกเย็นและควบคุมตัวเองได้เสมอมา ไม่เคยถูกใครหลอกใช้ให้วุ่นวายแบบนี้มาก่อน
ยิ่งไม่เคยถูกใครใช้เป็นเครื่องบังหน้า พอใช้เสร็จก็ทิ้ง
ก่อนจะจากไป ยังไม่แม้แต่จะกล่าวคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสักคำ
ยิ่งคิด อารมณ์แปลก ๆ ในใจก็ยิ่งเดือดพล่าน
ปนกับความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจบรรยายได้
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปมองหลินโจว
“นายไปสืบเรื่องหนึ่งให้ฉันเดี๋ยวนี้”
“คุณเจียง เชิญสั่งได้เลยครับ”
“ไปสืบให้ชัดว่าโจวซุยซุยกำลังคบกับใครอยู่”
แววตาสีดำของเจียงจงเยี่ยนวาบประกายขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำเสียงมีอำนาจที่ไม่ยอมให้ขัดขืน
พอแล้วจริง ๆ!
เขาจะไม่แบกความผิดนี้ต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว
พอเขาเจอไอ้ขี้ขลาดนั้น แม้โจวซุยอันไม่ลงมือ เขาเองก็จะชกมันสักยก
คบกันอยู่แท้ ๆ ยังปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองออกมาหลบซ่อน ยังปล่อยให้เธอต้องหาทางรับมือกับครอบครัวด้วยตัวเอง
