เมิ่งซูขนลุกซู่ ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า ฝืนหันตัวกลับไปทั้งที่ร่างกายแข็งทื่อ "เหมียวเหมียว เจ้ามาได้อย่างไร"
"ข้ามาไม่ได้หรือ" หลิงชิงเจวี๋ยดวงตาหม่นหมอง แขนที่พันรอบเอวเขารัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ดั่งงูพิษเย็นเฉียบ
เมิ่งซูรีบผงกหัว "มาได้แน่นอน!"
"ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าอยู่ข้าง ๆ ข้าหรอกหรือ"
เมิ่งซูพูดอย่างซื่อตรง "เมื่อวานบอกเจ้าแล้ว วันนี้ข้าจะไปหาเจียเจา เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าไม่ได้นี่"
"ข้าเห็นด้วยหรือ" หลิงชิงเจวี๋ยย้อนถาม
เขามิได้ปฏิเสธก็จริง ทว่าเขาก็มิได้เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วยก็คือปฏิเสธ
เมิ่งซูได้ประจักษ์ในความไร้เหตุผลของเขาอีกหน เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามหยั่งเชิง "ข้าออกมาตั้งแต่เมื่อใดแล้ว... เช่นนั้น เจ้าให้ข้าไปเถิดนะ"
"เหตุใดเจ้าจึงไม่รอข้า เหตุใดจึงคลาดสายตาข้า เขาเป็นจิ้งจอกโสดตัวผู้ เจ้าแอบไปพบเขาเงียบ ๆ หมายความว่าใด"
คำถามย้อนต่อเนื่องหลายคำถาม ทำเอาเมิ่งซูตั้งตัวไม่ติด
อยู่เนิ่นนาน เมิ่งซูถึงเอ่ยว่า "ข้ารักเจ้า"
เป็นประโยคหนึ่งที่ช่างไร้ที่มา
หลิงชิงเจวี๋ยเองก็ชะงัก
เมิ่งซูว่า "ง้องอนเจ้าอย่างนี้หรือเปล่า"
หลิงชิงเจวี๋ยกลั้นสีหน้าไม่อยู่ หัวเราะพรวดหนึ่ง ทว่าสั้นยิ่ง แล้วทำหน้าดุอีกครั้ง "ยังไม่ง้อติดเลย"
เมิ่งซูจ้องเขา "เช่นนั้นเราไปหาเขาด้วยกัน ได้หรือไม่"
"...ค่อยสมควรหน่อย" หลิงชิงเจวี๋ยพึมพำเสียงเบา ดึงมือเขาเบา ๆ แล้วก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า
"ป่าเวทมนตร์มีสัตว์อสูรมากมาย เจ้ามือเปล่าไร้อาวุธ หากไม่มีข้า เหตุใดเจ้าจึงกล้าไปกิลด์นักผจญภัยลำพัง"
