เมิ่งซูถามอีกว่า “ตอนนี้เขาเป็นอะไรไป”
หลิงชิงเจวี๋ยตอบว่า “ตายแล้ว”
“ตายตั้งแต่เมื่อไหร่” เมิ่งซูอึ้งไป
“สิ่งมีชีวิตที่ถูกเพลิงทมิฬสัมผัสต้องตายแน่นอน” หลิงชิงเจวี๋ยพูดเรียบเย็น “ตบสองทีก็ตายแล้ว”
เขายื่นมือล้วงเข้าไปในร่างของสวีชิงเฟิงดึงวิญญาณออกมาหนึ่งเสี้ยว “ตายแล้ววิญญาณก็ออกจากร่างได้แล้ว ให้มันขอโทษเจ้าต่อหน้าเลย”
สวีชิงเฟิงลอยอยู่กลางอากาศ งุนงงยิ่งนัก “ข้า……ตายแล้วหรือ”
เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นเมิ่งซูในพริบตา
สภาวะวิญญาณของเมิ่งซูยังคงรูปลักษณ์ก่อนตาย ซูบผอมหนังหุ้มกระดูก แก้มตอบลง เห็นก็รู้ว่าก่อนตายเขาใช้ชีวิตได้ไม่ดี
ริมฝีปากสวีชิงเฟิงสั่นระริก “เมิ่งซู……”
เมิ่งซูมองเขาอย่างสงบ “พี่สวี ไม่เจอกันนานเลย”
“เจ้า ตายจริง ๆ หรือ” สวีชิงเฟิงมองศพของตัวเองบนพื้นอย่างไม่อยากเชื่อ “ข้าก็ตายแล้ว……ข้า……”
ดวงตาเขากลายเป็นสีแดงเข้ม “ข้าแค่เอาเงินของเจ้ามานิดหน่อย แต่ก่อนหน้านี้เจ้าลำบากขนาดนั้น ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้า เจ้าจะมีชีวิตดี ๆ ได้ยังไง! ข้าแค่เก็บดอกเบี้ย ในโลกนี้ไม่มีของฟรีหรอก เจ้ากลับไปหาปีศาจแบบนี้มาฆ่าข้า!”
เทียบกับความบ้าคลั่งของเขาแล้ว เมิ่งซูดูสงบนิ่งเหลือเกิน
“ถ้าคุณมาบอกผมตรง ๆ ผมก็จะให้” เสียงเมิ่งซูแผ่วเนิบเหมือนเล่าเรื่องอยู่ “คุณพูดถูก ผมโตมากับน้ำมือคุณ ทำงานได้เงินก็ต้องตอบแทนคุณเป็นธรรมดา”
เขาย่นตายิ้ม “พี่สวี จริง ๆ ตอนนั้นผมตั้งใจจะโอนหุ้นให้คุณครึ่งหนึ่ง ผมคิดว่ารออีกสักไตรมาสหนึ่ง ผมก็จะตอบแทนคุณได้อย่างดีแล้ว”
