ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของกิลด์นักผจญภัยอ่าวจันทรา เจียเจามีเรื่องต้องทำมากมายทุกวัน
ตื่นนอนตอนหกโมงเช้า ไปที่สวนเพื่อหวีขนที่พันกันบนหางให้เรียบ หางของเขาใหญ่และฟูฟ่อง แต่ละครั้งที่หวีขนก็ต้องเสียเวลาไปมากมาย
หวีขนเสร็จ ก็ไปเตรียมอาหารเช้า ให้อาหารฝูงสัตว์ตัวน้อยที่อาศัยอยู่ในกิลด์นักผจญภัย เอาแต่กินๆ นอนๆ รอวันตาย
พ่อของเขาเก็บลูกเจี๊ยบกลับมาเมื่อสองวันก่อน ทุกวันมันส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าว ไม่เข้าใจภาษาคนเลย เอาแต่ถ่ายเรี่ยราดและคุ้ยดิน เจียเจาอยากแอบกินมันเสีย แต่พ่อชอบไก่ตัวนี้มาก มักจะไปหยอกล้อกับมันบ่อยๆ เชื่อมั่นว่าไก่ตัวนี้สักวันก็สามารถเรียนรู้เวทมนตร์แปลงร่าง กลายเป็นมนุษย์ได้
แม้ว่าเจียเจาจะวัดค่าพลังเวทของไก่ตัวนี้แล้ว ยืนยันว่าไก่ตัวนี้กับไก่เนื้อที่ใช้ในแบรนด์ไก่ทอดเจ้าหนึ่งไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่เขาก็จะไว้หน้าพ่อของเขาสักหน่อย
เจียเจาจึงได้แต่ทนมองเนื้อไก่อันหอมกรุ่นร่ายรำอยู่ต่อหน้า แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบ
กิลด์นักผจญภัยเลี้ยงสัตว์จรจัดเอาไว้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ ร่างกายอ่อนแอมาแต่กำเนิด ต่อให้ฝึกฝนมาทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ อีกทั้งยังแปลงร่างไม่ได้ สุดท้ายแล้วจุดจบก็คือถูกสิ่งมีชีวิตชั้นสูงกว่ากลืนกิน
นายกสมาคมมักจะไปเก็บกลับมามั่วซั่ว เขาไม่ถือสาเลยว่าสัตว์เหล่านี้จะแปลงร่างได้หรือไม่ จะสามารถตอบแทนเขาได้หรือไม่ พอเขาเห็นก็เก็บกลับบ้าน——เหมือนกับตอนแรกที่เขาเก็บเจียเจากลับบ้านนั่นแหละ
ตอนแรกเจียเจาก็ไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ หลังจากถูกเก็บกลับบ้าน เขาก็ได้แต่หมอบอยู่บนพื้นรอให้นายกสมาคมให้อาหาร ตอนนั้นกิลด์นักผจญภัยยิ่งจนกว่าเดิม ทั้งกิลด์มีแค่สองคน คนหนึ่งในนั้นยังเป็นคนแก่ อ่อนแอ และพิการ ไม่เคยมาช่วยเลย
