หลิงชิงเจวี๋ยตื่นจากภวังค์ความทรงจำ
เขามองใบหน้าสงบนิ่งของเมิ่งซูด้วยความเหลือเชื่อ คำพูดนับพันหมื่นผุดขึ้นที่ปลายลิ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มจากประโยคไหน
ในที่ซึ่งเขามองไม่เห็น เมิ่งซูต้องทนทุกข์มากมายเพียงลำพัง
ส่วนเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย
หลิงชิงเจวี๋ยดวงตาหม่นหมอง ไม่เย้ยหยันเช่นเคยเป็นสิ่งหาดูได้ยาก
ทะเลสาบเองก็ไม่กล้าพูดพล่อย ๆ ได้แต่พึมพำเสียงอ่อย “ดูเหมือนจะมีวิญญาณลอยมาอีกหนึ่งดวงแล้ว...”
หลิงชิงเจวี๋ยคว้าวิญญาณดวงนั้นไว้ แต่มิได้เร่งรีบสำรวจความทรงจำของเมิ่งซู
เขาถามว่า “เจ้าสนิทกับเมิ่งซูหรือ เขา...เคยเอ่ยถึงข้าต่อหน้าเจ้าหรือไม่”
ทะเลสาบใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “เอ่ยถึงขอรับ เขาชอบท่านมาก เอ่ยถึงท่านบ่อย ๆ เขากลัวว่าหากตนตายแล้วท่านจะเสียใจ จึงใช้ดวงดาวลบล้างความทรงจำของทุกคน”
“ข้า...” หลิงชิงเจวี๋ยหลุบตาลง นิ้วมือบิดไปมาอย่างกระวนกระวาย
“เขาไม่อยากให้ท่านกลายเป็นราชาอสูร คิดเพียงว่าหากลบความทรงจำของท่าน ท่านก็จะลืมเขาได้ เขาไม่ได้ตั้งใจลบความทรงจำท่านหรอก เพียงแต่คนคนนี้...” ทะเลสาบพูดถึงตรงนี้ก็หยุดไปครู่หนึ่ง “น่าประหลาดนัก ดูเหมือนกลัวผู้อื่นยอมเสียสละเพื่อตนยิ่งนัก การที่เขายอมเสียสละเพื่อผู้อื่น เขาคิดว่าเป็นเรื่องสมควร แต่พอผู้อื่นดีกับเขา เขากลับรู้สึกหวาดหวั่น”
หลิงชิงเจวี๋ยกล่าวเสียงแผ่ว “เขาแม้แต่จะโกรธยังไม่เป็น เจ้ายังจะคาดหวังให้เขาเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอีกหรือ”
