แม่ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ “ทำไมลูกเอาแต่พูดจาเพ้อเจ้อ”
นางยังหันไปมองพ่อด้วยความโกรธ “แม่ว่าแล้วว่าต้องห้ามไม่ให้ลูกไปโลกนั้น ได้ยินว่ามันอันตรายมาก ดูสิ ลูกผอมไปทั้งตัวเลย!”
พ่อได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ “ลูกชอบ นี่คืออุดมคติของลูกนะ พวกเราคนเป็นพ่อแม่ก็ทำได้แค่สนับสนุน”
“นี่พูดจาเพ้อเจ้อแล้วนะ!” แม่เลิกคิ้ว ปิดความกังวลไม่มิด “เล่อเค่อ ลูกกำลังล้อแม่เล่นหรือเปล่า?”
เล่อเค่อมีแววตาเย็นชา ไม่ได้แก้ตัวอะไร “ผมอาจจำผิด แม่ ผมจะไปที่หมู่บ้านสักหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้กลับมา”
“ดีเลย งั้นแม่จะทำกับข้าวที่ลูกชอบ” แม่ยิ้มตาหยีพลางลูบหัวเขา “แต่วันนี้ลูกเพิ่งกลับมา ไม่อยากอยู่คุยกับแม่ก่อนหรือ?”
เมื่อวานก็คุยกันมาทั้งบ่ายแล้ว
เล่อเค่อรู้สึกว่าหนังตากระตุกอย่างประหม่า ตอบเลี่ยง ๆ ไปว่า “ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง วันนี้ผมมีธุระนิดหน่อย”
“ไอ้ลูกคนนี้——”
ยังไม่ทันที่แม่จะพูดจบ เขาก็หมุนตัวออกจากบ้านแล้ว เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยหมอก
วันฝนตก
ท่าทางเมื่อวานก็เป็นวันฝนตกเหมือนกัน
เล่อเค่อดึงฮู้ดเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมหัว เดินตากฝนไปตามถนน มองหาจุดผิดปกติของหมู่บ้าน
ร้านขายของชำ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านดอกไม้ ร้านขนมปัง… ดูเหมือนทั้งหมดจะปกติมาก
หรือว่าพ่อแม่เขาแกล้งเขา?
ตอนนี้เป็นฤดูร้อน ถึงแม้ฝนจะตกปรอย ๆ แต่อากาศก็ยังอ้าวร้อน เล่อเค่อหายใจเข้าลึก เริ่มสัมผัสคลื่นพลังเวทโดยรอบ
เพียงวินาทีเดียว เขาก็หยุดการตรวจจับด้วยความตื่นตระหนก
พลังเวทน่ากลัวอะไรเช่นนี้!
ต่อให้เป็นอาจารย์ในวิทยาลัย ก็ไม่มีทางปล่อยพลังเวทมหาศาลขนาดนี้ออกมาได้!
แต่พลังเวทมหาศาลขนาดนี้เอาไว้ทำอะไร?
เล่อเค่อหน้าซีดเผือดดั่งกระดาษ อ่าวจันทรามีพลังเวทที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กลับไม่มีใครสังเกตเห็น!
เขาหลบเข้าไปใต้ชายคา ผู้คนที่เดินผ่านไปมากำลังพูดคุยกัน
“พรุ่งนี้ก็เป็นเทศกาลฤดูร้อนแล้วใช่ไหม? นายจะสารภาพรักกับไฉไฉหรือเปล่า?”
“คนมาตามจีบเธอเยอะแยะ ยังไงเธอก็ต้องปฏิเสธฉันอยู่แล้ว”
“ลองดูหน่อยสิ พวกนายสองคนไม่ได้เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กหรือ?”
เด็กหนุ่มสองคนเดินเฉียดเขาผ่านไป
