น้ำเสียงของเมิ่งซูยามเอ่ยถึงอดีตนั้นแผ่วเบาราบเรียบราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น “รวมๆ แล้วพวกนั้นก็ด่าว่าข้าเป็นคนเลว แต่ข้าเองกลับรู้สึกว่าตัวเองก็ยังนับว่าเป็นคนดีได้นะ”
เขาเอียงคอมองอีกฝ่าย พร้อมรอยยิ้มจางๆ “แล้วเจ้าเล่า คิดว่าข้าเลวมากไหม”
หลิงชิงเจวี๋ยเงียบไปชั่วครู่ “เจ้าไม่เกลียดพวกเขาหรือ”
“เกลียดใครสักคนมันเหนื่อยเกินไป ข้ายอมเอาพลังงานที่ใช้เกลียดพวกเขาไปทุ่มเทกับการใช้ชีวิตให้ดีจะดีกว่า” เมิ่งซูส่ายหน้าเอื่อยเฉื่อยอย่างยิ่ง “ถ้าจะเกลียด ก็คงต้องเกลียดคนมากมายเกินไป โลกทั้งใบคงถูกข้าเกลียดไปหมดแล้ว”
เขาขยับเข้าไปใกล้หลิงชิงเจวี๋ย ใบหน้าแทบจะแนบชิดอีกฝ่าย “เพราะงั้นนะ เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นแมวเลว ข้าไม่เชื่อหรอก แมวเลวไม่มีทางออมมือให้ใครดอก”
หลิงชิงเจวี๋ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา นัยน์ตาคู่นั้นใสดุจกระจก ขาวดำชัดเจน
“ถ้าข้าไม่ได้ดีอย่างที่เจ้าคิด เจ้ายังจะเล่นด้วยกับข้าอีกไหม”
เมิ่งซูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เจ้าแมวตัวนี้นิสัยเสียไม่มีขอบเขต แล้วจะเลวร้ายไปได้ถึงไหนกันเชียว
หรือหลิงชิงเจวี๋ยคิดว่าภาพลักษณ์ของตัวเองในใจเขานั้นดีนักหรือไร
พังทลายหมดตั้งนานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเมิ่งซูมีคุณสมบัติซ่อนเร้นของทาสแมว เขาคงต้องกระโดดขึ้นไปต่อปากต่อคำกับมันแน่
“ต้องเล่นอยู่แล้ว ข้าพนันกับเจ้าไว้แล้วนี่” เมิ่งซูไร้เล่ห์เหลี่ยม พูดตรงๆ ออกมาเช่นนั้น
หลิงชิงเจวี๋ยกลับยิ่งโกรธ “ก็แค่เพราะพนันกันถึงมาเล่นด้วยกับข้าเนี่ยนะ”
