ครั้งนี้บาดเจ็บหนักเกินไป เมิ่งซูเองก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม พักไปหนึ่งวันกว่าจึงกลับมาที่อ่าวจันทรา
สำหรับเขาแล้วก็แค่หลับใหลไปอย่างมึนงงครั้งหนึ่ง แต่สำหรับหลิงชิงเจวี๋ยกลับเป็นเวลาหนึ่งเดือนอันยาวนาน
ทุกวันเขาจะรอที่ระเบียงเล็ก ๆ นั้น จากตะวันขึ้นจนตะวันลับฟ้า วันที่ฟ้าแจ่มใส ฝนพรำ หรือเมฆครึ้มเวียนผ่าน ตั้งตารอช่วงเวลาที่วงแหวนเวทมนตร์จะเปิดขึ้นอีกครั้งอย่างสุดหัวใจ
ดอกไม้อมตะบนระเบียงยังคงบานสะพรั่งงดงาม หลิงชิงเจวี๋ยนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยก แสงตะวันทาบลงบนคิ้วตา ให้แววตาดูเกียจคร้านอยู่บ้าง
เขาใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางนับใบของเถาไม้เวทมนตร์ "ช่วงนี้เจ้าอ้วนขึ้นนะ"
เถาไม้เวทมนตร์สะบัดใบไม้พลิ้วไหว ก็แน่สิ ท่านกล้าใส่ปุ๋ยเวทมนตร์ให้มันตั้งเยอะแยะ จะไม่อ้วนขึ้นได้ยังไง
พูดแล้วก็นานเหมือนกันนะที่ไม่ได้เจอท่านกล้า
หลิงชิงเจวี๋ยฟังเสียงต้นไม้พูดรู้เรื่อง ใจหม่นลงไม่น้อย "เขาคงกลับมาเร็ว ๆ นี้แหละ"
เถาไม้เวทมนตร์ยื่นใบไม้ไปบังแดดให้เขา หลิงชิงเจวี๋ยกำลังหงุดหงิด ถูกบังแดดก็ยิ่งไม่พอใจ "ทำอะไรน่ะ หลีกไป"
เถาไม้เวทมนตร์ก็น้อยใจอีกแล้ว
ห่อตัวเป็นก้อนกลม
"ถ้าเขาไม่กลับมาอีก ข้าจะทลายมิติแล้วตามไปหา... แต่วิธีนี้คงละเมิดกฎหมาย แล้วข้าอาจถูกตัวแทนผู้บังคับใช้กฎหมายตามล่า" หลิงชิงเจวี๋ยขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม ใช้นิ้วมือลูบคลำใบของเถาไม้เวทมนตร์อย่างไม่รู้ตัว
