“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก”
เสิ่นสวินปิดหนังสือแล้วลุกขึ้น “ช่วงสองสามวันนี้พวกเราออกไปเดินเล่นกันเองมาบ้างแล้ว พอจะคุ้นเคยกับที่นี่อยู่บ้าง”
“จะเหมือนกันได้ยังไงล่ะ ที่ที่ฉันจะพาพวกคุณไป พวกคุณไปเองไม่ได้หรอก”
อีเว็ตต์ไม่เปิดโอกาสให้เสิ่นสวินปฏิเสธ เธอคว้ามืออีกฝ่ายแล้วจูงไปหาเหล่าสาวใช้ ก่อนแนะนำชุดกระโปรงงดงามที่นำมาด้วย
เธอหยิบกระโปรงสีฟ้าอ่อนขึ้นมาทาบกับตัวเสิ่นสวิน สีหน้าตื่นเต้นอย่างยิ่ง “ลองใส่ดูสิ นี่เป็นผลงานของช่างตัดเสื้อที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง เนื้อผ้าดีมาก ใส่แล้วต้องสวยแน่”
เสิ่นสวินมองลูกไม้ซับซ้อนกับชายกระโปรงหลายชั้นแล้วนึกว่าถ้าใส่ชุดนี้คงพกดาบไม่ได้แน่
ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ แค่เดินยังลำบากเลย
เมื่อเทียบกับกระโปรงแล้ว เธอชอบชุดพรางมากกว่า
เธอเลื่อนกระโปรงออกจากตัวอย่างแนบเนียน ก่อนบอกอีเว็ตต์ว่า “ฉันซาบซึ้งในน้ำใจนะ แต่เสื้อผ้าพวกนี้ไม่เหมาะกับพวกเรา”
รอยยิ้มบนใบหน้าอีเว็ตต์ชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่ค่อยเข้าใจว่าเด็กสาวคนไหนจะปฏิเสธกระโปรงสวย ๆ ได้
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็หยิบกล่องเครื่องประดับขึ้นมาเปิด ข้างในมีสร้อยคอประดับอัญมณีไพลินเม็ดเล็กระยิบระยับ “แล้วเส้นนี้ล่ะ เข้ากับดวงตาของเธอมากเลย”
อามู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหว พึมพำเสียงเบาว่า “ท่านผู้บัญชาการ เธอคิดว่าพวกเราเป็นขอทานเพิ่งเข้าเมือง ไม่เคยเห็นของดีหรือไงนะ”
เสิ่นสวินไม่สนใจคำบ่นของอามู่ เธอมองดวงตาจริงใจปนฉงนของอีเว็ตต์แล้วถอนหายใจในใจ