“แต่วันนี้เขาด่าฉันเสียยับเยินเลย”
อีเว็ตต์เงยหน้าถามเธอ “ถ้าเขารักฉัน ทำไมถึงปล่อยให้ฉันทำสิ่งที่อยากทำไม่ได้ล่ะ?”
เสิ่นสวินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “การตามใจ กับความรัก ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน”
“การตามใจเกิดจากคนอื่น คนอื่นให้ เธอถึงจะมี ถ้าเขาไม่ให้ เธอก็ไม่มี”
อีเว็ตต์ประคองนมร้อนไว้ในมือ ตั้งใจฟังเงียบ ๆ
“เขาให้เธออยู่ในบ้านสวย ๆ มอบเสื้อผ้า เครื่องประดับกับคนรับใช้ให้ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ทั้งยังทำให้เธอเคยชินกับการพึ่งพาเขา”
“แต่เขาไม่สอนวิชาดาบ ไม่สอนงานบ้านเมือง และไม่ยอมให้เธอมีอำนาจ”
ฟืนในเตาผิงแตกดังเปรี๊ยะ แสงไฟวูบไหวสะท้อนในดวงตาชุ่มชื้นของอีเว็ตต์
“เพราะเขาคิดว่าเธอจะเป็นคนที่ต้องได้รับการปกป้องไปตลอด”
เสิ่นสวินมองเธอ “ยิ่งเธอขาดเขาไม่ได้ เขาก็ยิ่งวางใจ”
มือของอีเว็ตต์ชะงักอยู่ตรงขอบถ้วย เมื่อนึกถึงคำพูดของเสด็จพ่อที่บอกว่าคุณค่าของเธอมีเพียงฐานะเท่านั้น ความอึดอัดก็จุกแน่นขึ้นมาในอกอีกครั้ง
“การรักใครสักคนจริง ๆ ไม่ควรขังเขาไว้ในกรงสวย ๆ”
เสิ่นสวินพูดต่อ “ความรักที่แท้จริง คือการสอนให้เธอใช้ชีวิต มอบโอกาสให้เธอเลือก และมอบความสามารถให้เธอปกป้องตัวเองได้”
“ถ้าเขารักเธอ เขาก็ควรสอนวิชาดาบ อย่างน้อยเวลาเจออันตราย เธอก็ยังรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้ อย่างครั้งนี้ที่เธอเข้าป่าไปเก็บหญ้าแสงจันทร์ให้เขา ถ้าเธอมีความสามารถเอาตัวรอด บางทีอาจสู้สัตว์ร้ายตัวนั้นชนะก็ได้ ลองคิดดูดี ๆ ถ้าตอนนั้นเธอไม่ได้เจอฉัน ป่านนี้อาจไม่มีวันได้กลับมาแล้ว”