ชู่เยวี่ยไม่คิดว่าวันแรกที่ทำงานจะทำพลาดได้ ไม่รู้ว่าเด็กบ้านไหนโยนลูกแก้วไว้บนพื้น พอดีกลิ้นมาที่เท้าของเธอ เธอมองไม่ทัน เหยียบเข้าไป จากนั้นเท้าก็ลื่น เธอพลาดท่าล้มเข้าไปในอ้อมแขนของลูกค้าโดยตรง
“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ขอโทษนะคะ!” ชู่เยวี่ยรีบขอโทษซ้ำ ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ
แขนของเธอแนบไปกับอกของคนตรงหน้า กลิ่นลมหายใจของเขานั้นเย็นเฉียบและหอม จนรู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อย แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาคิดว่าความคุ้นเคยนั้นมาจากไหน แค่เอาแต่ขอโทษ หวังว่าลูกค้าคนนี้จะไม่ฟ้องร้องเธอ
แต่ส้นรองเท้าสูงนั้นบางเกินไป ชู่เยวี่ยพยายามหลายครั้งก็ยังทรงตัวไม่ไหว
แขนของลูกค้ายังคงค้ำอยู่ที่เอวของเธอ ชู่เยวี่ยทั้งเขินทั้งอาย กลัวว่าลูกค้าจะคิดว่าเธอตั้งใจ
“ขอโทษนะคะ...” ชู่เยวี่ยเอ่ยขอโทษเสียงแผ่ว
ชู่เยวี่ยเพิ่งจะทรงตัวได้ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสื้อผ้าของเธอก็ถูกใครบางคนดึงจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
แรงที่ไม่อาจขัดขืนดึงเธอออกจากอ้อมแขนของลูกค้า
เธอถูกดึงจนถอยหลังไปสองก้าว เซไปชนเข้ากับชั้นวางดอกไม้ข้าง ๆ เอวด้านหลังชนเข้ากับปลายไม้ที่ยื่นออกมา เจ็บจนสีหน้าซีดเผือด ล้มลงนั่งกับพื้น
“กอดพอหรือยัง? ถ้าฉันไม่เข้ามา นายจะกอดเธอแบบนี้ไปเรื่อยเลยใช่ไหม?”
ซูเวย์ดึงชู่เยวี่ยออกมาแล้ว หันไปจ้องฟู่จิ่งเซินด้วยความไม่พอใจ
เธอก็ หันมามองชู่เยวี่ย ก้มหน้าลง แววตาเย็นชาเป็นประกาย
“แล้วก็เธอนี่แหละ พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง อยู่ต่อหน้าธารกำนัล มากอดรัดกับลูกค้าแบบนี้ อยากได้อะไร? มีจรรยาบรรณวิชาชีพไหม? ระวังฉันจะฟ้องเธอนะ!”
ชู่เยวี่ยใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะหายจากความเจ็บปวด พอได้ยินเสียงของซูเวย์ ร่างกายเธอก็แข็งทื่อทันที จากนั้นก็รีบเงยหน้ามองไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ ซูเวย์ ซึ่งก็คือลูกค้าเมื่อครู่นั่นเอง
