ผู้ช่วยอีกคนหยิบชุดราตรีออกมาจากถุงกันฝุ่นแล้ว
มีทั้งหมดสามชุด ทุกชุดออกแบบเรียบง่ายสง่างาม ทว่าเพียงมองเนื้อผ้ากับการตัดเย็บก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ธรรมดา
“ชุดนี้เป็นยังไงคะ” ที่ปรึกษาเฉินหยิบชุดกระโปรงยาวผ้าไหมสีเขียวมินต์ขึ้นมา “สีสันสดใสแต่ไม่ฉูดฉาด เหมาะกับวัยของคุณหนู เปิดเผยผิวไม่มาก ดูสง่างามมีระดับโดยไม่แย่งซีนค่ะ”
หลินหรานยังไม่ทันพูด เซี่ยจี้หลานก็พยักหน้าเสียแล้ว “เอาชุดนี้แหละ แล้วเครื่องประดับล่ะ”
“คุณเซี่ยกำชับไว้แล้วค่ะ” ที่ปรึกษาเฉินหยิบกล่องเครื่องประดับกำมะหยี่ออกมาจากชั้นล่างสุดของกล่องอุปกรณ์ “ชุดนี้เข้ากันพอดีค่ะ”
เมื่อเปิดกล่องออก ข้างในมีต่างหูมุกหนึ่งคู่กับสร้อยคอจากคอลเลกชันเดียวกันหนึ่งเส้น
ดูเรียบหรูแต่ไม่จืดชืด เหมาะกับธีมงานเลี้ยงคืนนี้มาก
ไข่มุกเม็ดไม่ใหญ่ ทว่ามีประกายแวววาวนุ่มนวล เมื่ออยู่คู่กับจี้คริสตัลที่คอของหลินหรานกลับเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ
หลินหรานมองตัวเองในกระจกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป หัวใจพลันอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ที่แท้เขาก็จัดการเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว
ไหนบอกว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการจัดที่พักให้ผู้รอดชีวิตไม่ใช่หรือ
ถึงอย่างนั้นก็ยังคอยติดตามความเคลื่อนไหวทางนี้ของเธออยู่ตลอด
“คุณเซี่ยใส่ใจคุณหนูมากเลยนะคะ” ที่ปรึกษาเฉินพูดเสียงเบาขณะจัดทรงผมให้เธอ “เครื่องประดับพวกนี้เขากำชับด้วยตัวเองเลยค่ะ”
เธอติดตามคุณเซี่ยมาสองปี ยังไม่เคยเห็นเขาเอาใจใส่ผู้หญิงคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน
หลินหรานมองสร้อยคอสองเส้นที่เรียงขนานกันบนลำคอในกระจก เส้นหนึ่งคือจี้คริสตัลที่เซี่ยเผยจิ้นเพิ่งมอบให้ อีกเส้นคือสร้อยไข่มุกที่เพิ่งสวมในตอนนี้
เส้นหนึ่งดูทันสมัย อีกเส้นดูคลาสสิกสง่างาม แต่กลับเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เขา...ยังฝากอะไรมาอีกไหม” เธออดถามไม่ได้
ที่ปรึกษาเฉินยิ้ม “คุณเซี่ยบอกว่า ขอให้คุณสนุกให้เต็มที่ค่ะ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลินหรานยืนอยู่หน้ากระจกเต็มตัว