การแต่งตัวครั้งนี้กินเวลาไปถึงห้าชั่วโมงเต็ม
ตั้งแต่การดูแลผิวทั่วทั้งร่างกายอย่างประณีต ไปจนถึงการบำรุงและจัดแต่งเส้นผมทุกเส้นอย่างพิถีพิถัน
หลินหรานได้สัมผัสอย่างแท้จริงแล้วว่า “ความประณีตขั้นสุดยอด” เป็นอย่างไร
ตอนที่เธอง่วงจนแทบจะเผลอหลับคาเก้าอี้แต่งหน้า ในที่สุดก็ได้ยินเสียงช่างแต่งหน้าดังขึ้นราวกับเสียงสวรรค์ “เสร็จแล้วค่ะ”
เธอเงยหน้ามองกระจก แล้วอดชะงักไปเล็กน้อยไม่ได้
หญิงสาวในกระจกมีผิวขาวราวหิมะ สวมชุดราตรีสีดำตัวสั้นที่ตัดเย็บพอดีตัว ขับเน้นเอวคอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทรงผมสไตล์เฮปเบิร์นแบบฝรั่งเศสสุดคลาสสิก ช่วยขับเส้นคอให้ดูสง่างาม
ส่วนมงกุฎเพชรเจิดจรัสที่ประดับอยู่บนเรือนผม ก็ช่วยเติมความหรูหราให้ลุคโดยรวมได้อย่างพอเหมาะพอดี
“หรานของฉันสวยจริง ๆ...”
เซี่ยจี้หลานยืนอยู่ข้างหลัง น้ำเสียงสะอื้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง “มงกุฎวงนี้ แม่ของเธอเป็นคนออกแบบเองเมื่อหลายปีก่อนเชียวนะ”
แรกเริ่ม เมื่อช่างแต่งตัวได้ยินว่าหลินหรานอายุเพียงสิบเก้าปี ชุดราตรีที่นำขึ้นมาชั้นบนส่วนใหญ่จึงเป็นสไตล์น่ารักสดใส
แต่พอได้เห็นใบหน้างดงามสะดุดตาของหลินหรานด้วยตาตัวเอง
รวมถึงรูปร่างได้สัดส่วนที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน
เธอก็ตัดใจจากแบบที่ดูอ่อนเยาว์เกินไปทันที และเลือกชุดเดรสสีดำสุดคลาสสิกตัวนี้เป็นชุดสุดท้าย
ก่อนโลกล่มสลาย ช่างแต่งตัวคนนี้ทำงานให้เหล่าดาราระดับแนวหน้าโดยเฉพาะ
แม้แต่ดาราระดับรองอยากนัดหมายก็ยังไม่มีโอกาส
แต่บัดนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก จนไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดาราอีกแล้ว
ไม่คิดเลยว่าคุณหนูตรงหน้าจะโดดเด่นยิ่งกว่าดาราหญิงทุกคนที่เธอเคยดูแลเสียอีก
