เครื่องบินขนส่งทหารทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เป็นเวลากลางคืน
นอกหน้าต่างมืดสนิท แทบมองไม่เห็นเค้าโครงของพื้นดิน
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหายไปนานแล้ว นับตั้งแต่เข้าสู่โลกล่มสลาย ระบบจ่ายไฟฟ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ถูกทำลาย หรือไม่ก็ถูกซอมบี้ที่เริ่มมีสติปัญญายึดครอง
แสงไฟประปรายที่มนุษย์อาศัยพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปั่นไฟช่วยประคับประคองไว้ เมื่อมองจากความสูงหลายพันเมตรก็ริบหรี่ดุจหิ่งห้อยกลางป่า
หลินหรานเงยหน้าขึ้น มองไปยังเซี่ยเผยจิ้นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ชายหนุ่มเปลี่ยนจากชุดรบกลับมาสวมสูทตัดเย็บเนี้ยบเรียบร้อยแล้ว
ได้ยินว่าพอกลับถึงฐานที่มั่นเมืองจิง เขาต้องเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของฐานที่มั่นทันที ตอนนี้คนเหล่านั้นยังรออยู่ในห้องประชุม
เขากำลังอ่านเอกสาร สีหน้าจดจ่อ
ดูเหมือนเขาจะยุ่งอยู่ตลอด ตั้งแต่ออกจากเมืองสวีเพื่อกลับฐานที่มั่นเมืองจิง นอกจากช่วงรับประทานอาหารแล้ว เขาแทบจะจัดการงานราชการอยู่ตลอดเวลา
ตอนร่วมงานเลี้ยงก็ยังอ่านเอกสาร แม้แต่ตอนพาเธอเข้าไปสำรวจป่า เขาก็ยังหาเวลาตรวจทานเอกสาร และเอกสารที่อ่านก็ล้วนเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับดาวเทียม โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และสิ่งอื่นที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของฐานที่มั่น
ทั้งที่เขาบอกว่าไม่อยากรับช่วงดูแลตระกูลเซี่ย และไม่สนใจแย่งชิงอำนาจ แล้วทำไมถึงยังทุ่มเทขนาดนี้?
ยังมีเรื่องสารภาพรักคืนนั้นอีก
หลังจากสารภาพรักแล้ว เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ถามถึงคำตอบของเธออีกเลย กลับกลายเป็นว่าเธอคนเดียวที่กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ
“มองอะไรอยู่?” เซี่ยเผยจิ้นเงยหน้าขึ้นกะทันหัน จับสายตาของเธอได้อย่างแม่นยำ