พนักงานต้อนรับตรงทางเข้ากำลังพยายามอธิบายอย่างเต็มที่
“ขออภัยด้วยครับ นี่เป็นการจัดการของคุณเหยียน”
“ด้านในมีแขกอยู่แล้ว ผมจะจัดห้องส่วนตัวห้องใหม่ให้คุณแทนนะครับ”
......
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะโวยวายหนักกว่าเดิม
“ทำไมพวกเราต้องเป็นฝ่ายย้าย?”
“บัตรเชิญที่ส่งมาให้ระบุหมายเลขห้องส่วนตัวเป็นห้องนี้”
“ข้างในเป็นใคร? ให้พวกเขาออกมา”
“ฉันอยากเห็นนักว่าใครกล้าทำตัวเป็นศัตรูกับตระกูลหวัง”
หลินหรานอยากออกไปดูเรื่องสนุก แต่เซี่ยเผยจิ้นรั้งเธอไว้ “เดี๋ยวก็มีคนจัดการเอง”
เป็นอย่างนั้นจริง ๆ วินาทีถัดมาก็มีเสียงลงไม้ลงมือดังขึ้น
เสียงกรีดร้องหยุดชะงักกลางคันเพราะมีคนปิดปากไว้ หลินหรานนึกขึ้นได้ว่าด้านนอกนอกจากพนักงานต้อนรับที่คุณเหยียนจัดมา ยังมีองครักษ์ที่เซี่ยเผยจิ้นพามาด้วย
“หลินหรานน้อย เธอต้องเรียนรู้ที่จะใช้คน” เซี่ยเผยจิ้นกล่าว
หลินหรานยิ้มพลางพยักหน้า แต่ในใจกลับไม่ได้ใส่ใจ
เธอจะใช้ใครได้ล่ะ?
เลขานุการหวังเป็นคนของโจววั่งเหย ส่วนคนที่เป็นเจ้าของตระกูลเซี่ยตัวจริงก็คือท่านเซี่ยผู้เฒ่ากับเซี่ยเผยจิ้น
เธอไม่มีคนให้ใช้เลยสักคน
แต่เธอไม่พูดออกไป คนเราควรรู้จักพอ
ในโลกล่มสลาย การมีตระกูลเซี่ยคอยคุ้มครองก็เป็นโชคดีที่คนธรรมดาไม่มีวันร้องขอได้แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะป้าหลาน ตอนนี้เธอคงต้องใช้ชีวิตเหมือนผู้รอดชีวิตในฐานที่มั่นทั้งหลาย ต้องออกไปหาเสบียงนอกฐานที่มั่นทุกวัน หรือไม่ก็หางานทำในฐานที่มั่น หาแต้มได้วันละสองแต้ม พอประทังชีวิตไปวัน ๆ เท่านั้น
เซี่ยเผยจิ้นดูเหมือนจะมองความคิดของเธอออก “หลินหรานน้อย คนของฉันเธอใช้ได้ทุกคน”
หลินหรานเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นสีหน้าจริงจังของเซี่ยเผยจิ้น
