หลังจากหลินหรานตื่นนอน
คนใช้แจ้งว่าผู้ใหญ่ในบ้านรับประทานอาหารเช้ากันหมดแล้ว ส่วนป้าหลานก็ออกไปทำธุระ
จากนั้นก็ถามเธอว่าอยากรับประทานอาหารที่ไหน
“ส่งเข้ามาในห้องฉัน” หลินหรานตั้งใจว่าหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จจะเข้าไปในมิติส่วนตัว แล้วฝึกฝนทักษะการต่อสู้จริงที่หัวซงกับคนอื่น ๆ สอนมาให้ดี
ตอนอยู่ในป่า เธอเรียนรู้มามากมายหลายอย่าง จนยังไม่มีเวลาซึมซับให้ดี
ไม่คิดเลยว่าตอนคนใช้ยกอาหารเช้ามาให้ จะมีถุงเอกสารหนา ๆ ติดมาด้วย
“ฉันเก็บได้หน้าห้องคุณหนูค่ะ” คนใช้พูด “นึกว่าเป็นของคุณค่ะ”
หลินหรานถึงนึกขึ้นได้ว่า นี่คงเป็น ‘เอกสารสืบสวน’ ที่โจววั่งเหยทิ้งไว้เมื่อคืน
เธอไม่ได้คิดจะเปิดดู
ด้วยท่าทีที่โจววั่งเหยมีต่อเซี่ยเผยจิ้นในตอนนี้ เนื้อหาในนั้นส่วนใหญ่คงบิดเบือนความจริง
แต่ระหว่างรับประทานอาหาร เธอเผลอปัดถุงเอกสารตก กระดาษข้างในจึงกระจายออกมา
มีรายงานสืบสวนทั้งหมดสี่ฉบับ หน้าปกของแต่ละฉบับระบุข้อมูลของฝ่ายที่ทำการสืบสวนไว้ ได้แก่ ตระกูลโจว ตระกูลเผย ตระกูลหวัง และตระกูลลู่ ล้วนเป็นตระกูลใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในฐานที่มั่นเมืองจิงเวลานี้
หลินหรานสูดหายใจลึก ก่อนจะเปิดอ่านในที่สุด
ถ้อยคำในรายงานของตระกูลโจวกับตระกูลลู่เห็นได้ชัดว่ามีอคติ ส่วนรายงานของตระกูลเผยกับตระกูลหวังดูเป็นกลางกว่า
แต่หลังจากเทียบรายงานทั้งสี่ฉบับเข้าด้วยกัน เธอก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตของเซี่ยเผยจิ้นได้ว่า
เซี่ยเผยจิ้นเกิดในตระกูลเซี่ยผู้ทรงอิทธิพลแห่งเขตทหารเมืองจิง เป็นบุตรชายคนสุดท้องที่เซี่ยเหวินซานได้มาเมื่ออายุใกล้ห้าสิบ
เพราะเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่ในบ้านเฝ้ารอมานานหลายปี เขาจึงได้รับการตามใจตั้งแต่เล็ก