ยังไม่ทันที่ฉินเป่าเอ๋อร์จะเก็บสีหน้าเจ็บปวดลงได้ เหมาต้าเฉียงก็วิ่งมาถึงตรงหน้านางเสียแล้ว
“เป่าเอ๋อร์ ข้าพอได้ข่าวว่าเจ้ามาบ้านลุงของเจ้า ก็รีบวิ่งมาเลย!
มิคิดว่าจะมาทันพอดิบพอดี ดูท่าพวกเรามีวาสนาต่อกันจริง ๆ ฮิ ๆ!”
มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยหลุมสิวของเหมาต้าเฉียง กับฟันเหลือง ๆ ที่ใกล้จะดำคล้ำ
ฉินเป่าเอ๋อร์รู้สึกโล่งอกยิ่งนักที่ยังมิได้กินข้าว
ไม่เช่นนั้นคงอาเจียนออกมาเป็นแน่
นี่มันวาสนาอันใดกัน!
แล้วอีกอย่าง พวกเขาก็มิได้สนิทสนมถึงขั้นเรียกชื่อกันตรง ๆ ได้กระมัง?!
ฉินเป่าเอ๋อร์ข่มความรำคาญใจไว้ เอ่ยว่า “เจ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือ?”
เหมาต้าเฉียงยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ฮิ ๆ เป่าเอ๋อร์ ข้าใกล้จะเกลี้ยกล่อมแม่ข้าได้แล้ว! เจ้ารอไปก่อน บางทีพอหมดปี ข้าอาจไปสู่ขอเจ้าที่บ้านได้!”
ได้ฟังดังนั้น ฉินเป่าเอ๋อร์ก็อดกลอกตามองบนมิได้
เหตุใดเขาจึงไม่เข้าใจภาษาคนเลยเล่า?!
ฉินเป่าเอ๋อร์บอกเหมาต้าเฉียงมามิใช่หนสองหนแล้ว ว่านางมิได้ชอบเขา และยิ่งไม่มีทางแต่งกับเขา
แต่เหมาต้าเฉียงเอาแต่คิดทระนงตนมาตลอด ว่านางเพียงกระดากอาย
“ข้าบอกหลายคราแล้ว ข้ามิมีทางแต่งกับเจ้า!”
“เป่าเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าแค่รู้สึกต่ำต้อย ไม่เป็นไร!
อีกอย่างแม่ข้าก็เตรียมเงินไว้สำหรับหาเมียให้ข้านานแล้ว ถึงห้าตำลึงเลยทีเดียว!
เจ้าวางใจ ของที่คนอื่นมี ข้าจะเตรียมให้เจ้าทั้งหมด ไม่มีทางให้เจ้าด้อยไปกว่าผู้ใดเด็ดขาด!”
