เส้าเสียนเงยหน้าขึ้นมองฉินเป่าเอ๋อร์อย่างกะทันหัน
นางก็ได้ยินฉินเป่าเอ๋อร์กล่าวต่อไปว่า “ข้าสามารถให้เจ้าอีกยี่สิบตำลึง หรือรอให้เจ้าหาได้อีกยี่สิบตำลึง แต่เจ้าจะรับประกันได้หรือว่าเงินครั้งนี้จะไม่ถูกผู้อื่นยึดไปอีก ต่อให้ครั้งนี้เจ้าจ่ายค่าธรรมเนียมเล่าเรียนให้บุตรชายได้อย่างราบรื่น เจ้าจะรับประกันครั้งต่อไปได้หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว พวกนางอาจไม่เชื่อใจเจ้าอีก และจะยิ่งจับตาดูเจ้าแน่นหนายิ่งกว่าเดิม การที่เจ้าจะซ่อนเงินไว้ใต้จมูกพวกนางนั้น ยากยิ่งนัก”
เส้าเสียนเบิกตากว้าง รูม่านตาหดตัวอย่างรวดเร็วแล้วขยายขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากที่เม้มแน่นก็เผยอออกเล็กน้อย
จริงด้วย เหตุใดนางจึงมิได้คิดถึงข้อนี้...
ฉินเป่าเอ๋อร์กล่าวต่อไปว่า “สำหรับเจ้าแล้ว สิ่งที่ต้องแก้ไขไม่เคยเป็นเรื่องเงินทอง หากแต่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด มิฉะนั้น ต่อให้เจ้าหาเงินได้อีกมากเพียงใด ก็มิอาจตกถึงมือเจ้า ในที่สุดก็เป็นเพียงการตรากตรำเย็บชุดแต่งงานให้ผู้อื่นสวม”
เส้าเสียนฟังคำของฉินเป่าเอ๋อร์จบ แววตาก็มีประกายสว่างวาบก่อนจะหม่นแสงลงในฉับพลัน
นางยกยิ้มเย้ยตนเอง เผยรอยยิ้มขมขื่น
“แก้ไข? บัดนี้ข้าอยู่เพียงลำพัง ทั้งยังเป็นเพียงสตรีอ่อนแอ จะต่อกรกับครอบครัวที่เต็มไปด้วยหมาป่าเสือดาวได้อย่างไร”
มิต้องกล่าวถึงสวีจินเฟิ่งกับหวังโส่วไฉ แม้แต่หวังมามาเพียงคนเดียว เส้าเสียนก็เกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าก็ยังคงได้แต่ถูกนางรังแก!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามนี้ นางไร้เงินตรา กระทั่งเวลาหายใจยังแทบไม่มี หากคิดจะลงโทษหวังมามาก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
