เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวจากด้านนอก ไฉ่ไฉ่ก็ยิ่งนับถือเจียงเสี่ยวสุ่ยมากขึ้นไปอีก เมื่อครู่เธอเพิ่งบอกว่าจะมีคนมาหาถึงที่ ไม่นานก็มีคนมาจริง ๆ
เธอพุ่งออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้สารเลวที่ทรมานลูกแมวจนตาย ฉันจะทำให้พวกมันตายอย่างน่าอนาถ!”
ปากก็ด่ากราดไป พลางพุ่งทะลุประตูออกไปอย่างรวดเร็ว แต่พอเห็นภาพด้านนอกก็เด้งกลับเข้ามาทันที
“ท่านอาจารย์ อาจารย์ใหญ่ ไม่ใช่ว่าบอกว่าคนทรมานแมวเป็นเด็กหรอกเหรอ? ข้างนอกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาจับเรื่องงมงายทางไสยศาสตร์นี่นา! ถ้าพวกเขาทุบประตูบุกเข้ามาจะทำยังไง?”
เต่าวิญญาณมองท่าทางไม่ได้เรื่องของเธออย่างดูแคลน “พวกเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคณะสืบสวนที่จ้างบริษัทเอกชนมา ไม่มีอำนาจค้นตามกฎหมาย ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ต้องกลัว เราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ทำผิดกฎหมายสักหน่อย จะกลัวอะไร?”
ตลอดเช้านี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลย เอาแต่ศึกษากฎหมายบริษัทและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
เมื่อก่อนจะตั้งสำนักก็แค่เลือกภูเขาสักลูก สร้างบ้านแล้วรับศิษย์ก็พอ แต่ตอนนี้ซื้อขายภูเขาไม่ได้ และตั้งสำนักตามใจชอบก็ไม่ได้ ทำได้แค่เปิดบริษัท
การเปิดบริษัทยังมีข้อจำกัดอีกมาก ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นโทษเบาก็ถูกปรับ โทษหนักก็ถึงขั้นติดคุก
บรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักดี ๆ อย่างเขา พอมาถึงยุคนี้กลับต้องมาเป็นผู้จัดการทั่วไป ไม่ต่างจากผู้ดูแลร้านในสมัยก่อน
เต่าวิญญาณคิดว่าตนมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์นานกว่าเจียงเสี่ยวสุ่ยหลายพันปี จึงเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและกฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์มากกว่าเธออยู่บ้าง เขาตั้งใจศึกษาหาความรู้ไว้มาก ๆ วันหน้าจะได้ช่วยเจียงเสี่ยวสุ่ยแบ่งเบาภาระ
เจียงเสี่ยวสุ่ยไม่ค่อยเข้าใจกฎหมาย แต่เข้าใจวิชาอาคมของตัวเองดี “ตรงประตูมีม่านพลังกั้นอยู่ พวกเขาเข้ามาไม่ได้หรอก”
