เจียงเหยียนลงจากเครื่องบินแล้วตรงไปยังโรงพยาบาลแม่และเด็กประจำเมืองทันที
ปีที่เจียงเสี่ยวสุ่ยเกิด เขาอายุได้ 7 ขวบแล้ว พอจำได้เลือนรางว่าหมอตำแยที่ทำคลอดให้แม่ในตอนนั้นแซ่เฉิน เป็นผู้หญิงวัยกลางคนร่างผอมเล็ก คิดตามอายุก็น่าจะเกษียณไปแล้ว
เขาไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาล ขอค้นบันทึกการคลอดของแม่ในอดีต แล้วหาข้อมูลติดต่อของหมอเฉิน
แต่โชคร้ายที่อีกฝ่ายเสียชีวิตไปแล้ว
ส่วนพยาบาลที่ประจำห้องคลอดในตอนนั้นก็ลาออกและย้ายออกจากเมืองไปแล้ว หากอยากตามหาตัวคงต้องใช้เวลาไม่น้อย
ผู้อำนวยการเอ่ยอย่างเสียดายว่า “คุณเจียง ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ เราจะช่วยสืบหาความจริงทั้งหมดอย่างเต็มที่ หากเป็นปัญหาภายในโรงพยาบาลจริง เราจะไม่ปัดความรับผิดชอบแน่นอน”
“เพียงแต่สมัยนั้นยังไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด อีกทั้งเวลาผ่านมานานแล้ว บุคลากรก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เกรงว่าจะตรวจสอบได้ยาก”
เจียงเหยียนตอบว่า “อืม ผมเข้าใจ รบกวนช่วยรวบรวมรายชื่อแผนกสูตินรีเวชในตอนนั้นให้ผมด้วยครับ”
ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เจียงเหยียนก็เปิดโทรศัพท์ดู มีข้อความมากมายที่เซวียเหวินส่งมา ไล่ถามหาเบอร์ติดต่อของเจียงเสี่ยวสุ่ย
เขาคร้านจะสนใจ
ตอนนี้ในหัวเขามีแต่เรื่องตามหาคนร้ายที่สลับตัวเด็กทั้งสองคนในตอนนั้น เพื่อทวงความยุติธรรมให้เจียงเสี่ยวสุ่ย
ถ้าไม่ได้ไปหนานซื่อ เขาคงไม่รู้เลยว่าหลายปีมานี้เจียงเสี่ยวสุ่ยต้องทนทุกข์กับอะไรมาบ้าง
เมื่อคืนเขาไปถึงหนานซื่อ แล้วตามหาสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนั้นจนพบ อยู่ในเขตชานเมือง ไม่ไกลจากสถานสงเคราะห์คือพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
