เต่าวิญญาณโกรธจนหน้าเขียว
“คุณเอาของตั้งมากมายไปให้ตาเฒ่านั่นสร้างสำนักใหม่ แต่กลับไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าให้ผมสักชุด! ผมจะไปบอกฟู่หมิงหยวนว่าคุณกับตาเฒ่านั่นมีอะไรกัน”
“ก็ได้ ๆ ซื้อให้ก็ได้” เจียงเสี่ยวสุ่ยรับปาก
“อย่างนี้ค่อยสมกับเป็นคุณหน่อย” เต่าวิญญาณพูด “ซื้อโทรศัพท์ให้ผมอีกเครื่องด้วย”
คืนนั้นเอง เต่าวิญญาณก็ได้เสื้อผ้ามาสองชุด พร้อมโทรศัพท์เก่ามือสองอีกเครื่อง
เจียงเสี่ยวสุ่ยบอกว่า “ใช้แก้ขัดไปก่อนนะ พอหาเงินได้แล้วฉันจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้”
เต่าวิญญาณถอนหายใจ ที่จริงเขาแค่แกล้งทำให้เจ้าของลำบากใจ ไม่ได้อยากได้โทรศัพท์จริง ๆ สักหน่อย
ในมิติของเขามีของมีค่ามากมาย เก็บสะสมไว้ตั้งเยอะ ถ้าเอาออกไปขายแลกเงิน สักหลายสิบล้านก็ไม่ใช่ปัญหา
แค่เอาไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ยาก
ทุกวันนี้การเงินถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ใช่ว่าเขาหยิบทองออกมาสักชิ้นแล้วจะเอาไปขายแลกเงินได้ทันที
เจียงเสี่ยวสุ่ยเพิ่งฟื้นขึ้นมา จึงไม่รู้เรื่องพวกนี้
เขาคงต้องเหนื่อยหน่อย ช่วยเจียงเสี่ยวสุ่ยจัดการปัญหาเหล่านี้
น่าเสียดายที่เมื่อหลายร้อยปีก่อน เขาท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก จึงเริ่มหลับใหลอยู่ในหุบเขาลึก และได้รู้เรื่องสังคมยุคปัจจุบันเป็นครั้งคราวผ่านจิตสำนึกของคนที่ปีนเขา แต่กลับไม่มีเส้นสายอยู่ข้างนอกเลย
แม้จะไม่เต็มใจเอาเสียเลย แต่เขาก็ต้องขอให้เจ้านกปากมากตัวนั้นช่วย
กลัวว่ายายปีศาจเฒ่านั่นจะทำให้เขาหมดสติอีก เขาจึงเรียกอีกฝ่ายมาอยู่ต่อหน้าเจียงเสี่ยวสุ่ย
เยว่เหยามองเด็กหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรังเกียจ ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วทำมือถามว่า “เรียกฉันมามีธุระอะไร?”
