หยวนเหมยเอ่ยเสียงเย็นว่า “ประธานจาง ตอนนั้นคุณเป็นคนพูดเองว่าจะให้เจียงเสี่ยวสุ่ยเป็นเสาหลักสังเวย ลืมไปแล้วหรือ?”
ประธานจางละล่ำละลัก “ผม... ผมพูดแล้วจะทำไม นี่เป็นการตัดสินใจของทุกคน ไม่ใช่ผมคนเดียวเสียหน่อย”
หยวนเหมยกล่าวว่า “ฉันจำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่คุณยังเป็นรองประธาน คุณอยากเลื่อนขั้น จึงไปขอเงินสนับสนุนจากฟู่ซื่อ ตอนนั้นฟู่หมิงหยวนยังเป็นผู้ป่วยติดเตียง คุณฝีมือไม่ถึงขั้น ถูกฟู่ไท่ไท่ไล่ออกมา เพราะเรื่องนี้คุณถึงได้ผูกใจเจ็บฟู่ซื่อมาจนถึงตอนนี้”
เวลานี้ประธานจางมั่นใจอย่างยิ่งว่าคนตรงหน้าคือหยวนเหมย
“คุณ... คุณพูดเหลวไหล”
“ตอนนั้นฉันไปกับคุณด้วย เห็นกับตาว่าพ่อบ้านตระกูลฟู่ใช้ไม้กวาดไล่คุณออกมา” หยวนเหมยกล่าว “คุณแค้นตระกูลฟู่ จึงจงใจหาโอกาสแก้แค้น ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเสนอให้ทำเสาหลักสังเวย ฉันจะตายได้ยังไง!”
ประธานจางเริ่มสงบสติลง ต่อให้หยวนเหมยเห็นแล้วจะทำอะไรได้? เธอก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาแฉเขาไม่ได้อยู่ดี
“คุณตายไปแล้ว ต่อให้รู้เรื่องพวกนี้แล้วจะทำอะไรได้ ผมทำผิดกฎหมายข้อไหน? เจียงเสี่ยวสุ่ยก็ยังมีชีวิตดีอยู่ ต่อให้ผมคิดจะฆ่าเขาแล้วจะยังไง ตอนนี้คนที่ตายคือคุณ เธอเป็นฆาตกร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม!”
เขากลัวจนขาอ่อน ชั่วขณะลืมไปว่ากำลังอยู่หน้ากล้องและถ่ายทอดสด จึงตะโกนกร้าวเพื่อปลุกใจตัวเอง
คอมเมนต์ในไลฟ์เริ่มไหลรัวอย่างบ้าคลั่ง
“โห ประธานจางคนนี้ดูน่าเลื่อมใส ที่แท้แค่เรื่องเท่านี้ก็คิดจะเอาคนไปทำเสาหลักสังเวยแล้ว”
“ใจดำขนาดนี้ยังเป็นประธานสมาคมได้อีกเหรอ สมาคมนี้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน ร้องเรียนเลย!”
“ฉันรู้จักประธานคนนี้ ปีที่แล้วห้องเย็นของห้างแถวบ้านฉันไฟดับ พนักงานคนหนึ่งแข็งตาย ทางห้างเชิญอาจารย์มาทำพิธี ประธานคนนี้เป็นคนแนะนำ อีกฝ่ายอ้างว่ามาแก้ฮวงจุ้ย แต่เก็บเงินไปมากกว่าล้านหยวน”
