เจียงเสี่ยวสุ่ยเงยหน้าขึ้นจากกองข้าวของ «มีธุระอะไรเหรอ»
เห็นเธอไม่รู้จักเกรงใจ อิ่นเซี่ยงหน่วนจึงพูดว่า «เสี่ยวสุ่ย ของพวกนี้เป็นสินเดิมของเธอเหรอ ทำไมถึงเอาของรก ๆ พวกนี้มากองไว้ในห้องนอนล่ะ ให้รปภ.ช่วยขนออกไปเถอะ»
«หลังบ้านมีห้องเก็บของ ลองดูสิว่ามีชิ้นไหนยังเก็บไว้ได้ ก็จัดแยกแล้วเอาไปเก็บ ส่วนที่เหลือให้รปภ.ช่วยทิ้ง»
เจียงเสี่ยวสุ่ยทำหน้างุนงง «ไม่ต้องหรอกค่ะ สามีฉันจะมาช่วยเก็บเอง»
ของพวกนี้เธอตั้งใจจะเอาไปไว้ที่บริษัท เพื่อปรับสภาพร่างกายให้ศิษย์รุ่นหลัง และใช้สำหรับศึกษาและฝึกฝน
บางส่วนยังเอาไปขายได้ด้วย จะได้ใช้เป็นทุนตั้งต้นของสำนัก
สำนักเทียนเสวียนเป็นสำนักเร้นลับอันดับหนึ่งใต้หล้า ต่อให้สร้างขึ้นใหม่ก็จะขัดสนจนเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นเรื่องขบขันของคนอื่น
คุณนายคนหนึ่งยกมือปิดจมูก เล็บยาวชี้ไปยังกองเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่งบนเตียง «ตระกูลเจียงตอนนี้ยากจนขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้เอาเสื้อผ้าแบบนี้ออกมาได้ หรือจะให้ภรรยาฟู่ใส่เสื้อผ้าพวกนี้ออกไปรับแขกหลังแต่งงาน»
«นั่นสิ แถมยังมีกระบี่เล่มนั้นอีก ไปเก็บของไร้ค่าสกปรก ๆ มาจากไหนกัน ต่อให้เอาไปขายเป็นของเก่าก็คงได้เงินไม่กี่บาทหรอกมั้ง»
เธอมองอิ่นเซี่ยงหน่วนด้วยรอยยิ้ม «หน่วนหน่วน กิ๊บติดผมบนหัวเธอเป็นของดิออร์ใช่ไหม ของตั้งเยอะแยะในห้องนี้ เกรงว่าจะยังมีค่าไม่เท่ากิ๊บติดผมบนหัวเธอชิ้นเดียวเลย»
อิ่นเซี่ยงหน่วนกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เธอไม่ชอบเจียงเสี่ยวสุ่ยก็จริง แต่ก็รู้ดีว่าตอนนี้ทั้งของกินของใช้ล้วนเป็นของที่ตระกูลฟู่จัดหาให้
คำพูดนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนพูดกับเธอ แต่ทำไมฟังแล้วถึงรู้สึกไม่สบายใจนัก
คุณนายทั้งหลายกลุ่มนี้แค่พูดเหน็บแนมสองสามคำ ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจยังคงเป็นฟู่หมิงหยวน
