เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ยมีสีหน้าเลื่อนลอย ฟู่หมิงหยวนก็เอ่ยว่า “คุณย่า เสี่ยวสุ่ยเหนื่อยแล้ว ต้องพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยต้อนรับแขกนะครับ”
“ใช่แล้ว ดูสิ ย่ามึนไปหมดแล้ว เยว่เหยา ให้เสี่ยวสุ่ยไปพักก่อน พวกเธอค่อยคุยกันพรุ่งนี้” ฟู่ไท่ไท่กล่าว
หญิงสาวในชุดกี่เพ้ายิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนใช้ภาษามือว่า “ได้ค่ะ ให้น้องสาวพักผ่อนกับหมิงหยวนให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงฉัน อยากคุยกันเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ยมองมา เธอก็ขยิบตาให้อย่างซุกซน
เจียงเสี่ยวสุ่ยประหลาดใจเล็กน้อย
ฟู่หมิงหยวนกล่าวว่า “เยว่เหยาให้คุณไปพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”
เจียงเสี่ยวสุ่ยตอบว่า “อ้อ”
เธออ่านภาษามือไม่ออก แต่สัมผัสได้ถึงเจตนาดีหรือร้าย
พอจะเดาความหมายได้คร่าว ๆ
แต่เมื่อดูโหงวเฮ้งของใบหน้านี้แล้ว เห็นชัดว่าเป็นดวงชะตาที่อายุสั้น
พลังหยางไม่เพียงพอ น่าจะเกิดมาเป็นทารกที่เสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด
เธอลองนับนิ้วคำนวณดู แต่กลับคำนวณอดีตกับอนาคตของเยว่เหยาไม่ได้
สรรพสิ่งในฟ้าดินล้วนมีชะตาของตนเอง ทว่าเธอกลับมองไม่เห็นชะตาของเยว่เหยาเลย
มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง ไม่หลุดพ้นจากสามภพ ก็ไม่มีตัวตนอยู่จริง
สิ่งมีชีวิตที่หลุดพ้นจากสามภพมีน้อยจนนับนิ้วได้ เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนที่เหลืออีกไม่กี่ตนต่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งไปนานแล้ว ท่ามกลางวิวัฒนาการนับหมื่นปี
ต่อให้ในโลกนี้ยังมีสัตว์เทพหรือสัตว์อสูรร้ายอยู่ หลักสมดุลพลังแห่งฟ้าดินก็ทำให้สัตว์เทพบรรพกาลที่มีพลังแข็งแกร่งเกินไปไม่อาจปรากฏตัวร่วมยุคกับเธอได้
ร่างแท้ของศิษย์พี่หลินซินยังอยู่ในมิติของเจ้ากุยกุย แล้วเยว่เหยามาจากที่ไหนกัน
