“เธอ...เธอนี่! จะทำให้ฉันโมโหตายหรือไง!” คุณย่าเจียงโกรธจนแทบหายใจไม่ทัน “นี่เป็นท่าทีที่ใช้พูดกับผู้อาวุโสหรือ?”
เจียงหมิงกล่าว “คุณย่าครับ คนของร้านเครื่องประดับเป็นฝ่ายลงมือ เสี่ยวสุ่ยเองก็ตกใจมาก คุณย่าอย่าพูดแบบนั้นเลยครับ”
“แกยังจะช่วยพูดแทนเธออีก!” คุณย่าเจียงเดือดดาล “ฉันได้ยินคนเขาพูดกันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงเสี่ยวสุ่ยพูดจาเหลวไหล เถ้าแก่เนี้ยจะลงมือทำร้ายคนหรือ? จูจูของเราไปห้างนั้นตั้งกี่ครั้งก็ไม่เคยเป็นอะไร พอเธอกลับมาก็โดนทำร้าย นี่ไม่ใช่ตัวซวยแล้วจะเป็นอะไร!”
“คุณย่า!” เจียงหมิงจู๋ร้องไห้ปานใจจะขาด ใบหน้าช้ำเขียวทั้งหน้า ก่อนโผเข้าอ้อมอกคุณย่าเจียง “คุณย่าต้องทวงความยุติธรรมให้หนูนะคะ!”
“โธ่ หลานจูจูผู้น่าสงสารของย่า!” คุณย่ากอดหลานสาวคนเล็กไว้ พลางตำหนิเจียงหมิง “ฉันไม่สนว่าแกจะใช้วิธีไหน แกต้องระบายความแค้นให้จูจูของฉัน เรื่องวันนี้จบไม่ลงง่าย ๆ แน่”
“แล้วก็เธอด้วย!” คุณย่าชี้นิ้วใส่เจียงเสี่ยวสุ่ยจากระยะไกล “เพิ่งกลับบ้านมาก็ก่อเรื่องแบบนี้ ทำให้น้องสาวพลอยเดือดร้อนไปด้วย วันนี้เธอต้องขอโทษน้องสาว!”
……
ไฟหน้าห้องฉุกเฉินดับลง
เริ่นเต๋อฟารีบขวางหมอไว้ “คุณหมอ ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับ เธอตั้งครรภ์หรือเปล่า?”
“ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วครับ”
สีหน้าของเริ่นเต๋อฟายิ่งฉายแววตกใจ “แล้ว...แล้วเด็กตอนนี้...”
หมอส่ายหน้า เอ่ยอย่างเสียดาย “...เด็กไม่อยู่แล้วครับ ขอให้คุณทำใจนะครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าเริ่นเต๋อฟาก็ซีดเผือด เรี่ยวแรงทั้งร่างราวกับถูกสูบหายไป เขาทรุดนั่งลงกับพื้น
“ไม่อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่อยู่แล้วล่ะ!”
“เมื่อวานภรรยาคุณมาตรวจครรภ์ ทุกอย่างยังปกติดีอยู่เลยครับ ไม่คิดจริง ๆ ว่าจะ...”
