ตำรวจเปิดประตูใหญ่
แสงแดดสาดเข้ามา ตกกระทบบนโซฟาหรูหราประณีต และภาพวาดทิวทัศน์ที่พิงเอียงอยู่บนโซฟา แสงอาทิตย์ยามอัสดงในภาพซ้อนทับกับแสงแดดที่สาดเข้ามา แดงฉานราวโลหิต
ตำรวจเปิดไฟดวงใหญ่ทุกดวง ส่องสว่างทั่วทั้งห้องจนไม่มีมุมอับ
มุมหนึ่ง เริ่นฉางอันในชุดสูทนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ผิวหนังถูกถลกออก เผยให้เห็นเนื้อศพเน่าเปื่อยดำคล้ำ
“กั้นที่เกิดเหตุไว้ ห้ามเคลื่อนย้ายอะไรทั้งนั้น”
ตำรวจขึงแนวกั้น เจ้าหน้าที่กู้ชีพประคองคุณนายเริ่นที่หมดสติไปนั่งบนโซฟาข้าง ๆ
นิติเวชเข้าไปตรวจสภาพของเริ่นฉางอัน บรรยากาศเคร่งเครียดขึ้นทันที
“ไม่น่าเป็นไปได้เลย อย่างน้อยคนคนนี้ก็ตายมาแล้วสามเดือน ศพไม่ได้ผ่านการดอง แต่กลับถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ตำรวจถามฟู่หมิงหยวนว่า “เมื่อกี้พวกคุณเห็นเขาพูดกับพวกคุณจริง ๆ ใช่ไหม?”
ฟู่หมิงหยวนตอบว่า “ตรวจกล้องวงจรปิดได้ครับ”
พ่อบ้านกับเหล่าคนรับใช้ที่ทำงานอยู่ในบ้านมารวมตัวกันในห้องโถง พอเห็นศพแห้งบนพื้น ต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ “นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
พ่อบ้านช่วยตำรวจเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด หลายวันที่ผ่านมาในคฤหาสน์ใช้ชีวิตกันตามปกติ แต่ทุกครั้งที่กล้องจับภาพเริ่นฉางอันได้ ภาพในจอกลับมีเพียงเงาดำพร่า ๆ ราวกับกล้องเสีย
ราวกับพ่อบ้านกับคนอื่น ๆ กำลังพูดคุยกับคนที่ไม่มีตัวตน
เหมือนเริ่นฉางอันไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
เรื่องนี้ช่างประหลาดเหลือเกิน
ภาพจากกล้องตอนฟู่หมิงหยวนกับคนอื่น ๆ เข้ามาเมื่อครู่แสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังพูดกับเงาดำก้อนหนึ่งในอากาศ
