เดิมทีอิ่นเซี่ยงหน่วนตั้งใจให้ฟู่ไท่ไท่เห็นกับตาว่าเจียงเสี่ยวสุ่ยไม่มีความสามารถจะเป็นนายหญิงของบ้านเลยสักนิด ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอาแต่กินเหมือนเด็กคนหนึ่ง
แต่กลับถูกบอดี้การ์ดขัดจังหวะเสียก่อน
แม้อิ่นเซี่ยงหน่วนจะโมโหเพียงใด ก็ทำได้แค่กลืนความโกรธลงท้อง แล้วพาบอดี้การ์ดไปหาเจียงเสี่ยวสุ่ย
เจียงเสี่ยวสุ่ยกำลังเปิดสเต๊กเนื้อวัวชิ้นที่สอง พอได้ยินเรื่องก็ครุ่นคิด ก่อนจะหยิบรากโสมชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ มันเป็นรากโสมที่เหลือจากตอนปรุงยาให้ฟู่หมิงหยวน และเป็นส่วนที่ไม่ต้องการแล้ว
“อายุขัยหมดแล้ว มาหาฉันก็ไม่มีประโยชน์ เอาสิ่งนี้ให้เขาอมไว้ จะยืดเวลาได้หนึ่งสัปดาห์”
บอดี้การ์ดรับมาอย่างกังขา พลางหยิบของที่ดูคล้ายไชเท้าชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมาดู
อิ่นเซี่ยงหน่วนกล่าวว่า “เจียงเสี่ยวสุ่ย เจียเจียยังอยู่ในมืออีกฝ่ายนะ คุณแกล้งเขาแบบนี้ เคยคิดถึงความปลอดภัยของเจียเจียบ้างหรือเปล่า”
เจียงเสี่ยวสุ่ยไม่เข้าใจ “เขาเป็นพี่เขยในอนาคตของเจียเจียนี่ จะทำร้ายเธอได้ยังไง ไม่มีทางหรอก คุณวางใจเถอะ”
อิ่นเซี่ยงหน่วนคิดว่าเธอพูดจาเหลวไหลไปเรื่อย
ตระกูลแคโรลีนเป็นตระกูลแบบไหนกัน คนพวกนั้นไม่วิปริตก็คลุ้มคลั่ง เจียเจียเป็นเด็กสาวไม่รู้ประสีประสา ตกไปอยู่ในมือพวกเขา ยังจะไม่ถูกขูดรีดจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวหรือ แล้วจะมีวาสนาคู่ครองได้อย่างไร
ต่อให้มีก็เป็นวาสนาร้าย
ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวที่เธอมีต่อฟู่หมิงหยวน แค่เห็นฟู่เจียเจียเด็กสาวคนหนึ่งตกอยู่ในมือปีศาจพวกนี้ เธอก็ทนดูเฉย ๆ ไม่ได้แล้ว
เธอพูดเสียงเย็นชา “ได้ ถ้าคุณไม่ไป ฉันไปเอง”
ในวิดีโอ ฟู่ไท่ไท่ร้อนใจ “หน่วนหน่วน อย่าบุ่มบ่ามนะ”
“ฉันรู้ค่ะ คุณย่าไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าควรทำยังไง” เธอวางสาย แล้วพาบอดี้การ์ดออกไป
ในโถงใหญ่ บอดี้การ์ดของตระกูลแคโรลีนกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ทุกคนล้วนเป็นชายรูปร่างกำยำ สูงราว 190 เซนติเมตร ผมทองตาสีฟ้า
อิ่นเซี่ยงหน่วนยังเดินไปไม่ถึง น่องก็เริ่มสั่นแล้ว
พอเห็นชายที่นั่งอยู่กลางโซฟา ขาของเธอก็อ่อนยวบ จนเกือบทรุดลงกับพื้น
บอดี้การ์ดเป็นห่วง “คุณอิ่น เป็นอะไรไปครับ”
