เจียงเสี่ยวสุ่ยเอ่ยว่า “มีผีน้อยซุกซน แกล้งเล่นกับคุณน่ะ”
ผู้ช่วยฉินทำหน้าเหมือนพูดไม่ออก มือทั้งสองข้างเดี๋ยวกุมอกเดี๋ยวกุมขา กระโปรงตัวนี้ผ่าขึ้นมาสูงจนเกือบถึงโคนขา เขาเดินตามเจียงเสี่ยวสุ่ยอยู่แบบนี้ไม่ต่างจากเปลือยกายวิ่งเลย
ถ้าไม่มีเจียงเสี่ยวสุ่ยอยู่ตรงนี้ เขาคงตกใจตายไปแล้ว
แต่พอมีเธออยู่ เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต เหลือแต่ความอับอายล้วน ๆ
ผู้ช่วยฉินหัวเราะแห้ง ๆ “ดึกป่านนี้แล้ว คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ มาหาท่านประธานฟู่หรือเปล่า คุณไปที่ห้องทำงานของผมเป็นเพื่อนก่อนได้ไหมครับ”
เขาจำได้ว่ามีเสื้อผ้าสำรองชุดหนึ่งเก็บไว้ที่บริษัท อยากไปเปลี่ยน แต่ไม่กล้าไปคนเดียว
คำถามของเขาทำให้เจียงเสี่ยวสุ่ยชะงักไปเล็กน้อย
“ได้สิ”
ทั้งสองเดินไปยังห้องทำงานของผู้ช่วยฉิน คนหนึ่งนำหน้า อีกคนตามหลัง ผู้ช่วยฉินเดินชิดเจียงเสี่ยวสุ่ย ทุกย่างก้าวก็หันกลับมามองทีหนึ่ง พอเห็นเธออยู่ข้าง ๆ ถึงค่อยรู้สึกอุ่นใจ
ไฟหลักในทางเดินปิดไปแล้ว เหลือเพียงไฟผนัง
เดินผ่านห้องประชุมไปก็จะถึงห้องทำงานของเขา แสงไฟจากที่ไกล ๆ ส่องผ่านประตูกระจกของห้องประชุม ทำให้เกิดเงาพร่าเลือนราวกับมีใครกำลังเดินลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ข้างใน
เสียงส้นสูงของผู้ช่วยฉินดังก้องไปทั่วทางเดิน
กึกกัก!
กึกกัก กึกกัก!
ราวกับมีเสียงหนัก ๆ อีกเสียงเหยียบซ้ำลงบนรอยเท้าของเขา
เขาหยุดเดิน เสียงนั้นก็หยุดตาม
พอเขาก้าวเท้าลงอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียง “กึกกัก!” ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาก้มมอง เจียงเสี่ยวสุ่ยสวมรองเท้าพื้นเรียบ
เจียงเสี่ยวสุ่ยถามว่า “เป็นอะไรไปหรือ”
“คุณได้ยินเสียงคนใส่ส้นสูงเดินไหมครับ” ผู้ช่วยฉินขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ
“อย่างนั้นหรือ”
เสียงของเจียงเสี่ยวสุ่ยฟังดูราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกล คล้ายทะลุผ่านผืนน้ำมาพร้อมเสียง “ปุด ๆ”
