เหอเจียอินกล่าวว่า “พูดอะไรต้องมีหลักฐาน อย่ากล่าวหาคนอื่นลอย ๆ จางเหยียนดีกับครอบครัวพวกคุณยังไม่พออีกหรือ เธอเสียทั้งพ่อแม่ ทั้งลูกสาวคนเดียวไปแล้ว คุณยังคิดจะฆ่าเธออีกหรือ”
“ฉันจะมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง เห็นชัด ๆ ว่าเธอต่างหากที่คิดจะฆ่าลูกชายฉัน เธออยากให้ตระกูลหวังของเราสิ้นทายาท ตั้งแต่แม่ของเธอเส้นเลือดในสมองตีบเพราะอุบัติเหตุ เธอก็เกลียดคนในครอบครัวเรามาก อยากให้พวกเราตายกันให้หมด”
จางเหยียนโกรธจนเวียนหัว พูดอะไรไม่ออก
เหอเจียอินตวาดว่า “แม่ของเธอเส้นเลือดในสมองตีบได้ยังไง คุณยังกล้าพูดอีกหรือ”
“ตอนนั้นเหยียนเหยียนตั้งท้องได้สิบเดือน ใกล้คลอดเต็มที คุณป้าจางไปหาหวังเผิงเฟยที่บริษัท ลูกชายแสนดีของคุณกำลังกอดเลขานุการทำเรื่องแบบนั้นอยู่ในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงงาน คุณป้าจางถูกลูกชายคุณทำให้โมโหจนเส้นเลือดในสมองตีบ”
เธอเดือดดาลแทนอีกฝ่าย “ตอนนั้นลูกชายคุณสร้างภาพเป็นคนดีเสียเหลือเกิน คุณป้าจางกลัวว่าเหยียนเหยียนจะท้องแก่แล้วเกิดเรื่องขึ้นอีก จึงไม่กล้าบอกเธอ พอเดินออกจากโรงเบียร์ คุณป้าก็เส้นเลือดในสมองตีบแล้วล้มลงตรงหน้าประตู ลูกชายคุณไม่สนใจไยดี คนเก็บขยะที่เดินผ่านมาต่างหากที่เรียกรถพยาบาล คุณป้าถึงได้ถูกส่งไปโรงพยาบาล”
“หลายปีมานี้พวกเรากลัวว่าจะกระทบความสัมพันธ์ของสามีภรรยา จึงปิดบังเรื่องนี้ไว้ ไม่กล้าพูด เหยียนเหยียนไม่รู้เรื่องเลย”
อาจารย์เจี่ยงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “พูดราวกับเห็นกับตาอย่างนั้นแหละ มีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาลูกชายฉัน”
