หลังจากฆ่าเด็กแล้ว เขายังคิดจะทำให้วิญญาณของลูกน้อยสลายไปจนหมด ไม่ให้กลับมาตามรังควานเขาได้อีก
ช่างใจดำเหลือเกิน
เจียงเสี่ยวสุ่ยแทบไม่เคยมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง นางเห็นเรื่องเลวร้ายในโลกมนุษย์มาจนชินตา เรื่องประหลาดแค่ไหนก็ล้วนเคยพบมาแล้ว ส่วนผีชั่วช้าที่ทำบาปจนไม่อาจให้อภัยก็มีไม่น้อยที่ถูกนางจัดการ
แต่พอเห็นตำแหน่งนี้ เพลิงโทสะก็พลันปะทุขึ้นในใจ
นางอยากขังวิญญาณของหวังเผิงเฟยไว้ในคุกน้ำ สั่งสอนเขาสักร้อยปี ให้ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดแบบเดียวกัน
ตำแหน่งเจิ้นหล่อเลี้ยงคนเป็น แต่กลับเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อวิญญาณ เด็กน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่ง หลังตายแล้วยังถูกขังไว้ในตำแหน่งอัสนี ต้องทนฟ้าร้องฟ้าผ่าทุกวัน จะเจ็บปวดเพียงใดกัน
เด็กน้อยจากไปได้สองปีแล้ว และถูกขังอยู่ที่นี่มาสองปี โอกาสที่วิญญาณจะคงสภาพสมบูรณ์นั้นมีน้อยมาก
เจียงเสี่ยวสุ่ยจุดยันต์เรียกวิญญาณ แผ่นยันต์ลุกไหม้เป็นควันสีเขียว ลอยวนรอบพวงกุญแจปิกาจูตามการชี้นำของนาง ก่อนจะสลายหายไปในฟ้าดิน
ผ่านไปราวสิบกว่านาที ธูปหนึ่งดอกก็ไหม้หมด ทว่าผิวน้ำทะเลกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
จางเหยียนใจคอไม่ดี “อาจารย์ ลูกสาวฉัน...เธอไม่อยู่แล้วใช่ไหมคะ”
ใบหน้าของเธอซีดเผือด ราวกับกำลังฝืนหายใจเฮือกสุดท้าย ขอเพียงเจียงเสี่ยวสุ่ยพยักหน้า เธอคงเป็นลมล้มพับไปทันที
เหอเจียอินปลอบเธอ “อย่าเพิ่งร้อนใจ บางทีเราอาจหาผิดที่ก็ได้” จากนั้นเธอก็หันไปถามเซียวหย่าฉิง “คุณจำผิดหรือเปล่า บางทีอาจไม่ใช่ที่นี่ก็ได้”
