ฟู่หมิงหยวนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ “เจียงเสี่ยวสุ่ย!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยเกาะเซียวหนานซานแน่นราวกับปลาหมึกยักษ์ หลับตาปี๋แล้วหมดสติไป
เจียงเหยียนกับฟู่หมิงหยวน ผู้ชายตัวโตสองคน ต่างก็แกะมือเธอไม่ออก
……
เจียงเสี่ยวสุ่ยฝันว่าตัวเองกำลังเกาะกวางดาวตัวหนึ่งไว้แน่น กวางตัวนี้ไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย บอกให้ไปทางตะวันตกก็กลับมุ่งหน้าไปทางตะวันออก
เธออ้าปากงับคอของกวางดาวเข้าเต็มคำ
“ซี๊ด!” ฟู่หมิงหยวนยื่นมือมาบีบคางหญิงสาว พยายามให้เธอคลายปาก
แต่ฟันของเจียงเสี่ยวสุ่ยแข็งยิ่งกว่าดาบเหล็ก ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย จนกระทั่งหยดเลือดซึมออกมา
เจียงเสี่ยวสุ่ยได้ลิ้มรสกลิ่นสนิมเข้มข้น
หอมจัง!
เธอดูดเลือดเข้าไปอย่างละโมบ ก่อนจะพลันนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แล้วสะดุ้งตื่นจากฝัน
เธอเห็นตัวเองใช้แขนขารัดพันร่างชายหนุ่มไว้ ปากก็กัดคอเขาแน่น
หมอสองคนยืนอยู่คนละข้าง คนหนึ่งดึงไหล่เธอ อีกคนปิดจมูกเธอไว้ แต่ก็ยังทำให้เธอยอมปล่อยไม่ได้
เจียงเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทบหมดแรง “เอาเข้าไปสิ เธอเป็นหมาหรือไง?”
เจียงเสี่ยวสุ่ยจำได้แล้ว
ก่อนหมดสติ เธอกอดเซียวหนานซานไว้
แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอกลับเป็นชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มซูบผอม ยิ่งผอมลงก็ยิ่งเห็นโครงหน้าชัดเจน ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ รอบตาคล้ำดำ สีหน้าอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
“ฟู่หมิงหยวน? ทำไมเป็นคุณล่ะ!”
เธอลุกพรวดขึ้นนั่ง “เซียวหนานซานอยู่ไหน!”
เซียวหนานซานเดินเข้ามาจากด้านนอก เขาสวมแว่นตา สีหน้าไม่หยิ่งผยองเหมือนก่อนอีกแล้ว พลางก้มคำนับเจียงเสี่ยวสุ่ยอย่างนอบน้อม “ขอบคุณคุณหนูเจียงที่ช่วยชีวิตผมไว้”
หลังฟื้นขึ้นมา เขาได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ตอนนั้นเขาราวกับถูกผีสิง เข้าโจมตีผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ หากเจียงเสี่ยวสุ่ยห้ามเขาไว้ไม่สำเร็จ ชีวิตนี้ของเขาคงจบสิ้นแล้ว
