เมื่อเห็นเจียงเหยียนทำท่าจะโมโห ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ก็เอ่ยเสียงดุว่า “พูดให้น้อยหน่อย”
เจียงเหยียนแบกเจียงเสี่ยวสุ่ยไว้บนบ่าข้างหนึ่ง อีกมือขวางผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไม่ให้เข้าไปใกล้ “ในเมื่อคนของพวกคุณคิดแบบนี้ น้องสาวผมคงช่วยอะไรไม่ได้ ขอโทษด้วย พวกเราช่วยเรื่องนี้ไม่ได้”
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ร้อนใจจนต้องกดหลังเลขาจ้าวไว้ บังคับให้เธอขอโทษ “ทำไมถึงหุบปากตัวเองไม่เป็น กลับไปก็เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปเลย”
ปกติเวลาคนพวกนี้อยู่ที่ทำงานก็ชอบนินทาคนนั้นคนนี้ เขาไม่มีอารมณ์จะไปสนใจ
แต่ตอนนี้ก็ไม่ดูเสียบ้างว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน มีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแท้ ๆ ยังพูดจาไม่น่าฟังขนาดนี้
เลขาจ้าวใช้เส้นสายเข้ามาทำงานในหน่วยงานระดับมณฑล พ่อตาของเธอเป็นผู้บริหารสำนักงานโบราณวัตถุประจำมณฑล
ปกติที่ทำงานทุกคนล้วนปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ งานดี ๆ ก็แบ่งให้เธอทำ เธอติดตามผู้อำนวยการเว่ยไปปฏิบัติงานนอกสถานที่หลายครั้ง ไม่เคยต้องกล้ำกลืนความอัปยศแบบวันนี้มาก่อน
ตอนนี้ผู้อำนวยการเว่ยกำลังป่วย ที่นี่ก็ไม่ใช่ถิ่นของเธอ เธอจึงยอมรับผิดไปก่อน รอให้กลับไปค่อยเขียนจดหมายร้องเรียน วันนั้นเห็นตระกูลเจียงขนโบราณวัตถุมามากมาย ของพวกนั้นต้องมีที่มาที่ไปไม่ถูกต้องแน่
ไม่ช้าก็เร็ว เธอจะส่งพวกนั้นเข้าคุกให้ได้
“ขอโทษค่ะ คุณหนูเจียง ฉันเข้าใจคุณผิดไป”
เสียงของเธอเบาราวเสียงยุง ใจไม่เต็มใจสักนิด
เจียงเสี่ยวสุ่ยไม่ได้ถือสา เธอมองเห็นพลังแห่งศรัทธาเข้มข้นที่แผ่คลุมร่างผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์
ถ้าปล่อยผู้อำนวยการเว่ยไว้แบบนั้น รอจนเลือดไหลหมดก็จะเป็นเวลายามซวี
