วิลเลียมชะงักไป ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนนี้เลิกงานแล้วนะ”
เจียงเสี่ยวสุ่ยรู้สึกเสียดายนิดหน่อย
วิลเลียมถามว่า “พรุ่งนี้ตอนสิบเอ็ดโมง... ไม่สิ สิบโมงฉันไปรับเธอดีไหม?”
เจียงเสี่ยวสุ่ยหรี่ตาลงอย่างพอใจ “ได้เลย”
วิลเลียมเคยพบผู้มีพลังพิเศษอยู่บ้างตอนอยู่ต่างประเทศ ทั้งยังเคยเห็นคนที่กินจุ จึงรู้ว่าคนบางคนมีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้น เจียงเสี่ยวสุ่ยก็ยังทำให้เขาตกตะลึงอยู่ดี
แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับได้
เนื้อในร้านหม้อไฟแต่ละจานมีไม่มาก ต่อให้รวมกันทั้งหมดก็อาจยังไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัมด้วยซ้ำ เมื่อก่อนเขาเคยดูการแข่งขันกินจุ บางคนกินเนื้อวัวได้สองถึงสองกิโลกรัมครึ่งในมื้อเดียว
เขาสงสัยเหลือเกินว่าเจียงเสี่ยวสุ่ยตัวผอมบาง เอวเล็กยิ่งกว่ากระดาษเอสี่ขนาดนี้ กินของเข้าไปแล้วมันไปอยู่ที่ไหนหมด
ฟู่หมิงหยวนมองผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ลงไป เห็นรถพยาบาลจอดอยู่ด้านล่าง
ร้านหม้อไฟฝั่งตรงข้ามส่งเสียงอึกทึกครึกโครม
เขาบอกเหรินฉางอันว่า “วันนี้พอแค่นี้ก่อน ภรรยาผมอยู่ห้างฝั่งตรงข้าม ผมจะไปรับเธอกลับบ้าน”
“ได้ ฉันไปกับคุณด้วย”
วิลเลียมขับรถออกจากลานจอดรถใต้ดิน เจียงเสี่ยวสุ่ยอยู่คนละฝั่งกับแปลงดอกไม้ เขากำลังจะอ้อมไปหา แต่เธอกลับยกชายกระโปรงแล้วก้าวข้ามมาในก้าวเดียว
แปลงดอกไม้กว้างอย่างน้อยสองเมตร
วิลเลียมชะงักไปครู่ใหญ่ กว่าจะกลืนคำว่า “เชี่ย” กลับลงคอได้ แล้วฝืนชมว่า “เสี่ยวสุ่ยเบบี๋ ขาเธอยาวจัง!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยนั่งลงบนรถอย่างเบิกบาน ก่อนชมกลับอย่างสุภาพว่า “ของคุณก็ยาวเหมือนกัน”
วิลเลียมโตมากับผู้หญิงมากมาย แม้เจียงเสี่ยวสุ่ยจะแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก
