เธอเริ่มหวาดหวั่นอยู่บ้าง
แผ่นหลังพลันเย็นวาบขึ้นมา
แขกเหรื่อที่กำลังส่งเสียงอึกทึกพากันไปหาผู้ช่วยของเจียงหมิง ส่วนปรมาจารย์เสวียนจิ้งพาเด็กนักพรตสองคนปะปนอยู่ในกลุ่ม เตรียมฉวยโอกาสหนีไป ทันใดนั้นเสียงลมก็พัดผ่านข้างหู บุหรี่มวนหนึ่งซึ่งยังมีประกายไฟลอยพุ่งมาตรงหน้า
เจียงหมิงกล่าวว่า “คุณเสวียนจิ้ง กรุณารอก่อนครับ”
เสวียนจิ้งไม่อยากยืนอยู่ใกล้เจ้าตัวประหลาดตัวน้อยที่ไม่รู้ที่มาคนนั้นแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาคิดแค่ว่าจะหนีอย่างไร
“มีอะไร?”
เจียงหมิงพูดอย่างสุภาพ “ใครเป็นคนเชิญคุณมา ให้เงินคุณเท่าไร ผมอยากรู้สักหน่อยครับ”
เมื่อแขกในลานกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงคนในครอบครัว เจียงหมิงก็ไม่รักษามารยาทอีกต่อไป “แค่บอกผมมาว่าเธอจ้างคุณมาเท่าไร ผมจ่ายให้เป็นสองเท่า”
เจียงเหยียนกล่าวว่า “ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ”
เจียงหมิงจู๋เหงื่อแตกพลั่ก
ปรมาจารย์เสวียนจิ้งคนนี้เป็นคนที่แม่แท้ ๆ ของเธอเชิญมา หากเจียงหมิงรู้ว่าเธอติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น...
เธอรีบพูดว่า “พี่รอง ฉัน... ฉันเป็นคนเชิญเขามาเอง ฉันไม่รู้...”
เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย
“ปรมาจารย์เสวียนจิ้งขึ้นชื่อว่าเชิญตัวยากในแวดวงนี้ เศรษฐีตั้งมากมายยังเชิญมาไม่ได้ แล้วนักเรียนมัธยมปลายอย่างเธอจะเชิญเขามาได้ง่าย ๆ ได้ยังไง?” เจียงหมิงถามเสียงเย็น
เจียงหมิงจู๋ไม่กล้าพูดอะไร
ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์เสวียนจิ้งทำหน้าห่อเหี่ยว พอได้ยินว่ามีเงินให้ สีหน้าก็สดใสขึ้นทันที
ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา เขาก็รู้สึกได้ว่าบ้านหลังนี้มีค่ายกลรวบรวมวิญญาณที่ร้ายกาจอยู่ และเหมือนกับของตระกูลเซียวทุกประการ
ช้าก็เร็ว คนตระกูลเจียงต้องตายกันหมดเหมือนตระกูลเซียว
ต่อให้พวกเขารู้ว่าเขามีสายอยู่ที่นี่ก็ไม่สำคัญอะไร
เขาแค่นเสียงเย็นชา แล้วส่งสัญญาณให้เด็กนักพรต
เด็กนักพรตคนหนึ่งกล่าวว่า “ผู้หญิงที่ชื่อจูเพ่ยฟางเป็นคนเชิญอาจารย์ของผมมาทำพิธี เธอจ่ายเงินล่วงหน้า 200,000 หยวน และรับปากว่าหลังเสร็จพิธี ตระกูลเจียงจะจ่ายให้อีก 5,000,000 หยวนครับ”
