“ฉันไม่มีค่ะ” หวังเชี่ยนทั้งหวาดกลัวทั้งน้อยใจ “ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น...”
“ให้เวลาสามวัน ภายในสามวันเอาเงินมาจ่าย แล้วกลับไปได้”
หวังเชี่ยนร้อนใจ “ผู้จัดการคะ ให้ฉันทำงานชดใช้หนี้ได้ไหมคะ กลางวันฉันต้องเรียน มีแค่วันหยุดกับตอนกลางคืนที่พอจะทำงานพิเศษหาเงินได้ แล้วยังมีเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ต้องใช้คืนอีก เพิ่งจ่ายค่าเช่าห้องไปด้วย ตอนนี้ติดตัวมีเงินอยู่แค่ห้าร้อยกว่าหยวนค่ะ”
ผู้จัดการเริ่มหมดความอดทน “นี่เป็นเรื่องของเธอ เธอทำผิด ร้านช่วยสำรองจ่ายไปแล้ว ถ้าทุกคนร้องไห้บอกว่าจนแล้วลบความผิดได้หมด ร้านจะเปิดต่อไปได้ยังไง”
“ไปขอให้คนในครอบครัวช่วยสิ”
“ฉัน...ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ” หวังเชี่ยนตอบเสียงเบา
ผู้จัดการถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกจนใจอยู่บ้าง เขาเองก็ไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ แต่เงินก้อนนี้ต้องมีใครสักคนจ่าย ถ้าหวังเชี่ยนไม่จ่าย ทางร้านก็ต้องออกแทน แล้วเจ้านายคงหักเงินเดือนเขาแน่
เขาเองก็ไม่เต็มใจเหมือนกัน
ผู้จัดการลดเสียงลง “ลองถามเพื่อนดู ยืมเงินใครสักคน ทุกคนก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ความผิดของตัวเองก็ต้องรับผิดชอบเอง”
หวังเชี่ยนบีบชายเสื้อ พูดอะไรไม่ออก
“เอาละ เขียนใบรับสภาพหนี้ไว้ แล้วกลับไปหาเงินมาให้ครบ ฉันให้เวลาหนึ่งเดือน เดือนหน้าค่อยมาจ่าย” ผู้จัดการกล่าว “อย่าคิดเบี้ยวหนี้ ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เรียนที่ไหน”
เมื่อออกจากร้านกาแฟ หวังเชี่ยนยืนอยู่บนถนนที่ผู้คนเดินขวักไขว่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
เมื่อครู่เธออยากบอกว่าเพิ่งย้ายมาเมืองนี้ และไม่มีเพื่อนเลยสักคน
