กลางดึกค่อนคืน จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นในคฤหาสน์
ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเคาะดังปึงปังจนคนในห้องสะดุ้งตื่น
เจียงหมิงจู๋ร้องเรียกจากด้านนอกว่า “พี่คะ ตื่นหรือยังคะ? คุณย่าหกล้มบาดเจ็บ ตอนนี้พวกเราจะพาไปโรงพยาบาล พี่อยู่บ้านคนเดียว ระวังตัวด้วยนะคะ”
ชั้นล่าง คุณย่าเจียงนอนอยู่บนเปลหาม ร้องโอดโอยไม่หยุด “ฉันไปทำกรรมอะไรไว้กันนะ นังตัวซวยนี่ เพิ่งกลับมาอยู่แค่คืนเดียวก็ทำฉันซวยแล้ว!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยถูกเสียงรบกวนจนตื่น กำลังจะพลิกตัวนอนต่อ ทว่าในความสะลึมสะลือกลับเห็นวิญญาณอาฆาตไร้หัวตนหนึ่งหมอบอยู่ข้างเตียง
เธอลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดโคมไฟ
บนพรมข้างเตียงไม่มีอะไรเลย
นอกหน้าต่าง หิมะโปรยปรายอย่างหนัก
เธอมองผ่านหน้าต่าง เห็นหมอกำลังช่วยกันยกคุณย่าเจียงขึ้นรถพยาบาล เจียงหมิงจู๋ตามขึ้นไปนั่งด้วย ส่วนเจียงเหยียนไปเอารถที่ลานบ้าน
สายตาของเธอมองทะลุผนังรถพยาบาล เห็นเหตุการณ์ภายในได้ชัดเจน
คุณย่าเจียงนอนเหยียดตัวตรง กระดูกสันหลังเคลื่อน ทั้งร่างตั้งแต่คอลงไปขยับไม่ได้
โชควาสนาบนตัวเธอเบาบางราวกับปีกจักจั่น
เมื่อครู่ยังด่าทอเจียงเสี่ยวสุ่ยเสียงดังฟังชัด แต่ตอนยกขึ้นรถ เจียงหมิงจู๋ช่วยประคองไว้ ไม่รู้ว่ากระแทกเข้ากับตรงไหน ตอนนี้จึงแทบหายใจเข้าได้ แต่หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า
ยันต์ชักนำเคราะห์ของเจียงหมิงจู๋ดูดกลืนโชควาสนาของเธอไปเกือบทั้งหมด โชควาสนาของเธอแต่เดิมก็เป็นของที่ยืมมา ไม่มั่นคงอยู่แล้ว พอโชควาสนาหายไป ถึงขั้นเกิดภาวะวิญญาณหลุดออกจากร่าง
หมอสองคนบนรถพยาบาลเห็นอาการผิดปกติ จึงเตรียมทำการกู้ชีพด้วยการนวดหัวใจและผายปอดให้หญิงชรา
เจียงหมิงจู๋ร้องไห้พลางโทรหาเจียงหมิง “พี่รอง รีบกลับมานะคะ คุณย่าอาการไม่ดีแล้ว! ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนเข้านอนตอนกลางคืนยังปกติดีอยู่เลย แต่พอตกดึกก็ไม่รู้ยังไงถึงตกจากเตียงลงมา”
