หลี่เซี่ยเยว่รู้ว่าจวงชูฉิงปิดบังบางอย่างอยู่ แต่ก็ไม่ได้ซักต่อ
“ว่าแต่ เธอกับหรงซิงเฉินนี่มันยังไงกัน?” หลี่เซี่ยเยว่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “แฟนสาวแซ่หงของหมอนั่นเอาแต่ใส่ร้ายเธอไปทั่ว แถมยังบอกว่าเมื่อก่อนเธอยอมไปเป็นเพื่อนคุณปู่ของหล่อนไปร่วมงานประมูลเพื่อแลกกับภาพวาด แบบนี้มันเหลวไหลเกินไปแล้ว!”
จวงชูฉิงเป็นญาติของตระกูลเหวิน แค่สร้อยคอมูลค่าเก้าสิบกว่าล้านก็หยิบมาใส่ได้ตามใจ แล้วจะยอมขายตัวเพราะภาพวาดแค่ภาพเดียวได้ยังไง
“วันนั้นฉันบังเอิญเจอคุณปู่หงที่งานประมูลจริง ๆ แล้วคุณปู่หงก็ให้ภาพวาดฉันมาภาพหนึ่งด้วย” จวงชูฉิงตอบตามตรง
หลี่เซี่ยเยว่พูดว่า “ฉันเคยเจอตาแก่ตระกูลหงคนนั้นมาก่อน เขาหยิ่งทะนงในความรู้ แถมยังดูถูกคนในวงการบันเทิงสุด ๆ เธอไปเข้าตาเขาได้ยังไง?”
ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอถ่ายละคร ทีมงานเคยอยากเชิญคุณปู่หงมารับหน้าที่ที่ปรึกษาด้านประวัติศาสตร์ แต่เขาปฏิเสธทันควัน ต่อมาทีมงานเสนอค่าที่ปรึกษาสูงลิบ ผลคือคุณปู่หงไล่คนที่ไปเชิญถึงบ้านออกมาเสียเลย
จวงชูฉิงกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ “คงเป็นเพราะเสน่ห์ส่วนตัวของฉันมั้ง”
หลี่เซี่ยเยว่ “……”
“เอาละ ไม่ล้อเล่นแล้ว” หลี่เซี่ยเยว่ชี้ไปที่สร้อยเพชรบนคอเธอ “สร้อยเส้นนี้ ตกลงใครให้เธอมา?”
จวงชูฉิงถามกลับ “ซื้อเองไม่ได้หรือไง?”
“พอเลย” หลี่เซี่ยเยว่พูดอย่างไม่ไว้หน้า “ถ้าเธอมีเงินเยอะขนาดนั้นจริง รายการวาไรตี้ใหม่ก็คงไม่ต้องวิ่งหาทุนไปทั่วหรอก”
