“ตัวถ่วง!” จวงหมิงรุ่ยตะคอก “กล้าตบฉันเหรอ เดี๋ยวพ่อแม่ก็ได้ตีแกตายแน่!”
เพียะ!
จวงชูฉิงก้มตัวลงแล้วฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขา
แม้จะถูกตบ จวงหมิงรุ่ยก็ยังด่ากราดไม่หยุด “นังผู้หญิงสารเลว กล้าดียังไงมาตบฉัน พ่อแม่ไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
เพียะ!
จวงชูฉิงตบหน้าอีกข้างของเขาซ้ำอีกฉาด
คราวนี้จวงหมิงรุ่ยร้องไห้เสียงดังลั่นไปทั่วบ้าน พลางด่าไปด้วย
จวงชูฉิงก็ไม่คิดจะเกรงใจ เขาร้องไห้หนึ่งประโยค เธอก็ตบหนึ่งฉาด ไม่นานหน้าของจวงหมิงรุ่ยก็บวมเป่ง
คนตระกูลจวงที่ได้ยินเสียงแล้วรีบมาดู โดยเฉพาะพ่อแม่ของจวงหมิงรุ่ย พอเห็นลูกชายคนเล็กที่รักที่สุดถูกตบ ก็โกรธขึ้นมาทันที
“จวงชูฉิง แกเป็นบ้าอะไร!” จวงหย่งหยวนพุ่งเข้ามาหมายจะลงมือกับเธอ
“มาเลยค่ะ ตบหน้าฉันนี่” จวงชูฉิงไม่เพียงไม่หลบ แต่ยังยื่นหน้าเข้าไปหาเขา “อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานเลี้ยงวันเกิดคุณปู่ตระกูลเหวินแล้ว ถึงตอนนั้นทุกคนจะได้เห็นกันชัด ๆ ว่าตระกูลจวงปฏิบัติกับลูกสาวตัวเองยังไง”
พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น จวงหย่งหยวนก็ไม่อาจฟาดมือลงไปได้
คุณปู่เหวินเอ็นดูจวงชูฉิงมาก หากท่านรู้ว่าหลานสะใภ้ถูกคนตระกูลจวงทำร้าย เขาคงอธิบายกับอีกฝ่ายลำบาก
สวี่หย่าเจวียนมองจวงหมิงรุ่ยที่แก้มทั้งสองข้างบวมเป่งด้วยความเจ็บปวดใจ
“จวงชูฉิง อธิบายมาให้ชัด ๆ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงตีน้องชายตัวเอง!”
ตลอดสองปีที่ผ่านมา จวงชูฉิงทำตัวว่าง่ายและรู้ความ ไม่ว่าจะให้แต่งงานหรือให้เข้ากับน้องชายและน้องสาวดี ๆ เธอก็เชื่อฟังครอบครัวมาตลอด
วันนี้ไม่รู้เป็นบ้าอะไรขึ้นมา
จวงชูฉิงชี้ไปที่จวงหมิงรุ่ย “ลูกชายแสนดีที่พวกคุณเลี้ยงมา เรียกพี่สาวตัวเองว่าตัวถ่วงบ้าง นังผู้หญิงสารเลวบ้าง แบบนี้ไม่สมควรถูกตีหรือไง?”
คำพวกนี้เป็นคำที่สามีภรรยาคู่นี้กับจวงม่านอินใช้เรียกเธอเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบอย่างจวงหมิงรุ่ยจะพูดคำพวกนี้ติดปากได้ยังไง
พ่อแม่เป็นแบบไหน ลูกก็เป็นแบบนั้น
เจ้าของร่างเดิมโชคร้ายจริง ๆ ที่ต้องมาเจอครอบครัวแบบนี้
เมื่อก่อนพอได้ยินคนเรียกแบบนั้น จวงชูฉิงจะทำเป็นไม่ได้ยินเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย แต่วันนี้เธอกลับพูดเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ จนพ่อแม่ตระกูลจวงถึงกับพูดไม่ออก
จวงชูฉิงกอดอก ถามต่อว่า “หรือปกติพวกคุณก็เรียกฉันแบบนี้ที่บ้าน?”
“ไม่ใช่อยู่แล้ว” สวี่หย่าเจวียนรีบตอบ “น้องชายแกคงไปจำมาจากคนอื่นแน่ ๆ”
จวงชูฉิงส่งเสียงรับรู้ “ไม่รู้ไอ้สารเลวหน้าไหนสอนน้องชายฉันให้ใช้คำแบบนี้ดูถูกพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเอง พ่อแม่ก็ช่วยดูคนรอบตัวน้องหน่อยนะ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด ระวังสักวันจะถูกไอ้พวกสารเลวนั่นพาเสียคน”
พอถูกเธอด่ากระทบกระเทียบ พ่อแม่ตระกูลจวงก็หน้าบึ้งตึง
“วันนี้แกกลับมาทำไม?” จวงหย่งหยวนถามเสียงเย็นชา
จวงชูฉิงตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “เงินหมดแล้ว ขอเงินมาใช้หน่อย”
“เงินหมด?” จวงหย่งหยวนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “แกแต่งงานกับเหวินเย่หลานแล้ว ไม่มีเงินก็ไปขอเขาสิ มาหาพวกเราทำไม”
พวกเขารู้ดีว่าชีวิตหลังแต่งงานของจวงชูฉิงในตระกูลเหวินไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะตอนแรกเหวินเย่หลานต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้มาก หากคุณปู่เหวินไม่ได้ป่วยหนัก เขาก็คงไม่ยอมแต่งกับจวงชูฉิง
“สองปีมานี้พวกคุณอาศัยความเป็นญาติดองกับตระกูลเหวินไปหลอกกินหลอกใช้คนอื่นไม่น้อย เหวินเย่หลานก็ไม่ชอบฉันอยู่แล้ว ตอนนี้เพราะฉันเขายังมีญาติยากจนเพิ่มมาอีกตระกูล ไม่ต้องพูดถึงให้เงินฉันเลย ตอนนี้เขาคงอยากหย่ากับฉันจะแย่” จวงชูฉิงพูดอย่างไม่เกรงใจ “วันนี้ฉันจะพูดไว้ตรงนี้ ถ้าพวกคุณไม่ให้เงินฉัน กลับไปฉันจะหย่ากับเหวินเย่หลาน แล้วออกจากบ้านตัวเปล่า ไม่เอาเงินสักแดง”
พ่อแม่ตระกูลจวงได้ยินแล้วก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
ช่วงหลายปีมานี้กิจการของตระกูลจวงตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพิ่งเริ่มฟื้นตัวได้เพราะเกี่ยวดองกับตระกูลเหวิน หากจวงชูฉิงหย่ากับเหวินเย่หลานตอนนี้ ตระกูลจวงย่อมได้รับผลกระทบแน่
“แกจะเอาเงินเท่าไร?” จวงหย่งหยวนขู่ “ถ้ากล้าหย่ากับเหวินเย่หลาน ชาตินี้ก็อยู่บ้านนอกไปตลอด อย่าหวังว่าจะได้กลับเมืองหลวงอีก”
จวงชูฉิงกลอกตาอยู่ในใจเงียบ ๆ ก่อนชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
“สามแสนใช่ไหม” จวงหย่งหยวนเยาะเย้ย “ปากกล้าไม่เบาเลยนะ”
จวงชูฉิงยิ้มแล้วพูดว่า “คุณจวงเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้หมายถึงสามแสน”
“หรือแกจะเอาสามล้าน?” สวี่หย่าเจวียนโกรธขึ้นมา “หัดดูตัวเองบ้าง ตอนนี้แกแต่งออกไปแล้ว พวกเราให้สามแสนก็ดีแค่ไหนแล้ว อย่าได้คืบจะเอาศอก!”
「พ่อแม่คู่นี้เกินไปจริง ๆ หลายปีมานี้พวกเขาใช้เงินกับจวงม่านอินไปตั้งเท่าไร มากกว่าสามล้านสิบเท่าก็ยังไม่พอ ลำเอียงจนจะข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่แล้ว」ระบบช่วยบ่นแทนเธอ
「จุ๊ ๆ ถ้าสักวันสวี่หย่าเจวียนรู้ว่าลูกสาวที่รักมานานกว่ายี่สิบปีเป็นลูกของเมียน้อย คงโกรธจนกระอักเลือดแน่」
จวงชูฉิงดูเรื่องสนุกอย่างไม่คิดจะห้ามปราม 「หาโอกาสเหมาะ ๆ แล้วพวกเราค่อยบอกข่าวดีนี้กับสวี่หย่าเจวียนเถอะ ถึงตอนนั้นคนบ้านนี้กัดกันเองคงสนุกน่าดู」
สวี่หย่าเจวียนยังคงอบรมเธอต่อ “อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับภรรยาบ้านรวยคนอื่น สถานการณ์ของแกไม่เหมือนพวกเขา”
สวี่หย่าเจวียนคิดว่าจวงชูฉิงคงเห็นภรรยาบ้านรวยคนอื่นใช้เงินกันเป็นน้ำ เลยอยากทำตามบ้าง แต่ตระกูลเหวินไม่ให้เงิน เธอถึงได้กลับมาขอจากตระกูลจวง
จวงชูฉิงมองสีหน้าน่ารังเกียจของพ่อแม่คู่นี้ “เงินที่ฉันต้องการไม่ใช่สามล้าน”
พ่อแม่ตระกูลจวงสบตากัน ถ้าอย่างนั้นเธอคงต้องการสามหมื่น
สวี่หย่าเจวียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแกว่งตรงหน้าเธอ “ถ้าแกอยากได้สามหมื่น พวกเราก็ให้ได้ แต่แกต้องขอโทษน้องชายก่อน ถ้าน้องชายยกโทษให้ ฉันถึงจะโอนเงินให้”
เมื่อมีพ่อแม่คอยหนุนหลัง จวงหมิงรุ่ยก็กล้าขึ้น เขาชี้หน้าจวงชูฉิงแล้วพูดว่า “ฉันจะให้พี่คุกเข่าขอโทษ!”
นังผู้หญิงบ้าคนนั้นตบเขาแต่ละทีแรงขึ้นเรื่อย ๆ พ่อแม่ยังไม่เคยตีเขาแบบนี้เลย
จวงชูฉิงแค่นหัวเราะ “อายุแค่นี้ไปเรียนใครมา ถึงกล้าให้ฉันคุกเข่าขอโทษ ไม่กลัวอายุสั้นหรือไง”
“พูดกับน้องแบบนี้ได้ยังไง!” สวี่หย่าเจวียนตวาด “น้องให้แกคุกเข่าขอโทษแล้วจะทำไม? แกตีเขาจนเจ็บขนาดนี้ ให้คุกเข่าขอโทษยังถือว่าเบาไปด้วยซ้ำ”
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องเกรงใจตระกูลเหวิน เธอคงให้จวงหมิงรุ่ยเอาคืนเป็นสิบเท่าไปแล้ว
สีหน้าของจวงชูฉิงเย็นชาลงกว่าเดิม สำหรับพ่อแม่ที่ลำเอียงและไม่มีเหตุผลแบบนี้ เธอไม่เคยหวังให้พวกเขาสำนึกแล้วมาขอโทษเธออยู่แล้ว แทนที่จะเปลืองน้ำลายเล่าความลำบากของตัวเองให้ฟัง สู้ขอเงินไปตรง ๆ ยังจะดีกว่า
เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลา “เดี๋ยวฉันมีธุระ สามสิบล้าน ก่อนห้าโมงเย็นวันนี้ ถ้าพวกคุณยังไม่โอนเข้าบัญชีฉัน ก็รอให้พรุ่งนี้ฉันหย่ากับเหวินเย่หลานได้เลย”
“สามสิบล้าน? แกบ้าไปแล้วหรือไง!” จวงหย่งหยวนเดือดดาลขึ้นมาทันที
เดิมทีนึกว่าสามล้านคงเป็นจำนวนสูงสุดแล้ว ใครจะคิดว่ายัยเด็กนี่จะเรียกเงินทีเดียวสามสิบล้าน!
จวงชูฉิงคร้านจะฟังพวกเขาตำหนิ “สามสิบล้าน ขาดแม้แต่หยวนเดียวก็ไม่ได้”
จวงหย่งหยวนกับสวี่หย่าเจวียนเริ่มด่าทอเธออย่างบ้าคลั่ง จวงชูฉิงฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา รอไม่ทันให้พวกเขาด่าจบก็โบกมือแล้วเดินจากไป
