เจียงโหรวซวงมีใบหน้าสวยหวานแบบสาวน้อยเรียบร้อย เวลายิ้มจะมีลักยิ้มจาง ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งมีเสียงของเหวินเย่หลานดังมาจากในรถบ้านว่า “พวกเธอจะยืนเฝ้าประตูรถบ้านฉันเป็นเทพทวารบาลหรือไง?”
เจียงโหรวซวงได้สติก่อน “งั้นฉันไปก่อนนะ”
จวงชูฉิงมองตามแผ่นหลังของเจียงโหรวซวงที่เดินจากไป อดทอดถอนใจไม่ได้ สมกับเป็นนางเอกในข่าวลือจริง ๆ ทั้งอ่อนโยนทั้งสวย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำให้เหวินเย่หลานตกอยู่ในห้วงรักได้
“เอาล่ะ เขาเดินไปไกลแล้ว ยังจะจ้องอะไรอยู่อีก?” เหวินเย่หลานยืนอยู่บนรถบ้าน กอดอกมองจวงชูฉิงด้วยสายตาต่ำลง
จวงชูฉิงเงยหน้าสบตาเขา เมื่อเทียบกับตอนเจอกันครั้งก่อน เหวินเย่หลานผอมลงเล็กน้อย แต่ดูมีชีวิตชีวาดี
เขาสวมสูทสีฉูดฉาด บางทีอาจเป็นเพราะบทที่ได้รับ ทั้งตัวจึงแผ่กลิ่นอายคุณชายเสเพลและอวดดีออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่จวงชูฉิงได้เห็นเหวินเย่หลานในสภาพแบบนี้ เธออดรู้สึกแปลกใหม่ไม่ได้
ถ้าได้ยืนดูเหวินเย่หลานแสดงสดอยู่ตรงนี้สักพักก็คงดี
ราชาภาพยนตร์ชื่อดังขนาดนั้น เธอยังไม่เคยดูเขาแสดงสดเลย
เหวินเย่หลานลงจากรถบ้าน “ไปกันเถอะ ฉันพาไปเจอผู้กำกับ”
จวงชูฉิงยิ้มเจื่อน “ไม่ดีกว่ามั้ง ตอนนี้ผู้กำกับกำลังโมโหอยู่เลย”
ถ้าเดินเข้าไปตอนนี้ก็เหมือนหาเรื่องให้โดนด่า
แต่เหวินเย่หลานไม่ใส่ใจเลยสักนิด “ไม่เป็นไร”
