ระหว่างทางกลับหลังจากไปไหว้หลุมศพคุณย่า จวงชูฉิงอดมองบริเวณหัวเข่าของเหวินเย่หลานไม่ได้
กางเกงของเขายังเปื้อนดินอยู่บ้าง เป็นหลักฐานว่าเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ภาพหลอนของเธอ
ระบบอดทอดถอนใจในหัวเธอไม่ได้ว่า 「เหวินเย่หลานทำเพื่อคุณได้ถึงขนาดนี้ นับว่าหาได้ยากมากแล้ว」
เธอรู้อยู่แล้วว่ามันหาได้ยาก
เมื่อเห็นจวงชูฉิงทำท่าเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูดสักที เหวินเย่หลานจึงเอ่ยขึ้นในที่สุดว่า “อยากพูดอะไรก็พูดมา”
จวงชูฉิงถามสิ่งที่ค้างคาใจ “เมื่อกี้ทำไมนายถึงก้มกราบคุณย่าฉันล่ะ?”
“กราบไหว้ผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้วมีปัญหาอะไรหรือ?” เหวินเย่หลานถามกลับ
จวงชูฉิงพูดเสียงเบา “ไม่มีปัญหา”
ตามหลักแล้วก็ไม่มีปัญหาจริง ๆ แต่เธอกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ
ส่วนที่ว่าแปลกตรงไหน เธอเองก็อธิบายไม่ถูก
หลังกลับจากสุสาน จวงชูฉิงก็พบอย่างไม่คาดคิดว่าหน้าบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่หลังบ้านของพวกเธอมีรถจอดอยู่คันหนึ่ง
แถมยังเป็นรถราคาแพงเสียด้วย
ครอบครัวนี้แซ่ซ่ง เพราะยากจนมากจึงแต่งงานกับผู้หญิงที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โชคดีที่ลูกชายคนโตมีสติปัญญาปกติ แถมผลการเรียนยังดีเยี่ยม เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ด้วยคะแนนที่โดดเด่น จากนั้นก็ปักหลักทำงานในเมืองใหญ่
พ่อแม่เห็นว่าลูกชายคนโตเก่งขนาดนี้ จึงมีลูกเพิ่มอีกสามคนติด ๆ กัน เป็นลูกสาวสองคนกับลูกชายหนึ่งคน
น่าเสียดายที่ลูกทั้งสามคนไม่ได้โชคดีเหมือนพี่ชาย พวกเขาได้รับความบกพร่องทางสติปัญญาจากแม่มาทั้งหมด
