หลังพิธีมอบรางวัลจบลง ก็มีสื่อหลายเจ้าเข้ามารุมหวังจะสัมภาษณ์เธอ
จ้าวซือซือรีบพาผู้ช่วยพาจวงชูฉิงออกไป
พอขึ้นรถแล้ว จ้าวซือซือมองรอยที่คอของจวงชูฉิง ก่อนพูดด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “ยินดีด้วยนะ”
จวงชูฉิงนึกว่าอีกฝ่ายยินดีกับรางวัลของเธอ “ขอบคุณ”
จ้าวซือซือพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “ฉันยินดีด้วยที่เธอติดเทรนด์เพราะรอยจูบต่างหาก”
จวงชูฉิงยกมือขึ้นปิดคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว
“ตอนนี้ปิดก็ไม่ทันแล้ว” จ้าวซือซือยื่นโทรศัพท์ให้ “ดูคอมเมนต์ของชาวเน็ตสิ”
จวงชูฉิง “……”
ไม่ต้องดูก็พอจะเดาออกว่า ด้วยจินตนาการของชาวเน็ตพวกนี้ คงมโนไปไกลแล้วว่าเธอกับเหวินเย่หลานพลอดรักกันทุกคืน
จวงชูฉิงเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ตอยู่พักหนึ่ง โดยเฉพาะตอนเห็นภาพแนบชิดสารพัดภาพของเธอกับเหวินเย่หลาน ก็อดไม่ได้ที่จะกดออกทันที
จ้าวซือซือสัมภาษณ์เธอ “เห็นข่าวพวกนี้แล้ว รู้สึกยังไงบ้างคะ”
จวงชูฉิงถอนหายใจแล้วตอบว่า “พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนหญิงม่ายที่ถูกใส่ร้ายเรื่องชู้สาว ทั้งอึดอัดทั้งทำอะไรไม่ได้”
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเหวินเย่หลานจะไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนแต่ก่อนแล้วจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้เกินเลยอย่างที่ชาวเน็ตมโนกัน
จ้าวซือซือชี้รอยบนคอของเธอ “เธอยังกล้าออกมาให้คนเห็นกันทั่วแบบนี้ จะโทษคนอื่นที่เอาเรื่องเธอสองคนไปมโนเสีย ๆ หาย ๆ ก็ไม่ได้หรอก”
จวงชูฉิงพูดอย่างจนใจว่า “มันเป็นอุบัติเหตุทั้งนั้น”
